ความรู้โฆษณาออนไลน์

นักออกแบบต้องรู้10 โปรแกรมออกแบบภาพ AI ปี 2023

AI Art Generators: เครื่องมือสร้างสรรค์แห่งอนาคต

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการศิลปะและการออกแบบมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน หนึ่งในเทคโนโลยี AI ที่กำลังได้รับความนิยม คือ AI Art Generators ซึ่งสามารถช่วยสร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ โดยไม่ต้องอาศัยทักษะหรือความรู้ด้านศิลปะใดๆ

AI Art Generators ทำงานโดยอาศัยอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning algorithm) ในการประมวลผลข้อมูลภาพจำนวนมาก เพื่อสร้างรูปแบบใหม่ของงานศิลปะ อัลกอริธึมเหล่านี้จะเรียนรู้รูปแบบและลักษณะของภาพต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง และนำมาใช้สร้างภาพใหม่ๆ ขึ้นมา

AI Art Generators มีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทก็สามารถสร้างงานศิลปะได้แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น

DALL-E เป็น AI Art Generator ที่พัฒนาโดย OpenAI สามารถแปลงข้อความเป็นภาพได้ เช่น “ภาพสุนัขกำลังเล่นกับลูกบอล” หรือ “ภาพทิวทัศน์ทะเลยามพระอาทิตย์ตกดิน”

Midjourney เป็น AI Art Generator ที่พัฒนาโดย Google AI สามารถสร้างภาพศิลปะที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ได้ เช่น ภาพสัตว์ประหลาดหรือภาพภูมิทัศน์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

Dream by WOMBO เป็น AI Art Generator ที่พัฒนาโดย WOMBOAI สามารถสร้างภาพศิลปะแนวนามธรรมได้ เช่น ภาพคลื่นหรือภาพหมอก

ปัจจุบัน AI Art Generators มีประโยชน์มากที่เราสามารถพบเห็นได้ในทุกวันนี้ คือ

  • ช่วยให้ทุกคนสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้ ไม่จำเป็นต้องมีทักษะหรือความรู้ด้านศิลปะใดๆ ก็สามารถสร้างงานศิลปะที่สวยงามได้
  • ช่วยให้สร้างสรรค์งานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ AI Art Generators สามารถสร้างงานศิลปะได้หลากหลายสไตล์ ขึ้นอยู่กับประเภทของ AI Art Generator ที่ใช้
  • ช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย AI Art Generators สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจ้างศิลปินมืออาชีพ

รวม 10 โปรแกรมออกแบบภาพด้วย AI ในปี 2023

พร้อมแล้วมาดูกันได้เลย

1.Midjourney

โปรแกรมวาดภาพ AI สุดสร้างสรรค์ Midjourney เป็นโปรแกรมวาดภาพ AI ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โปรแกรมนี้พัฒนาโดย Google AI และเปิดให้ใช้งานแบบสาธารณะในปี 2022

Midjourney ทำงานโดยอาศัยอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning algorithm) ในการประมวลผลข้อมูลภาพจำนวนมาก เพื่อสร้างภาพศิลปะที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ อัลกอริธึมเหล่านี้จะเรียนรู้รูปแบบและลักษณะของภาพต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง และนำมาใช้สร้างภาพใหม่ๆ ขึ้นมา

ข้อดีของ Midjourney

  • สร้างสรรค์ภาพศิลปะที่หลากหลาย Midjourney สามารถวาดภาพศิลปะได้หลากหลายสไตล์ ขึ้นอยู่กับคำอธิบายหรือคำแนะนำของผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น เราสามารถขอให้ Midjourney สร้างภาพสัตว์ประหลาด ภาพภูมิทัศน์ หรือภาพนามธรรมได้
  • ใช้งานง่าย Midjourney ใช้งานง่าย เพียงแค่ป้อนคำอธิบายหรือคำแนะนำสั้นๆ โปรแกรมก็จะสร้างภาพศิลปะออกมาให้
  • เข้าถึงได้ Midjourney เปิดให้ใช้งานแบบสาธารณะ ผู้ใช้จึงสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ข้อเสียของ Midjourney

  • ผลลัพธ์อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป Midjourney ทำงานโดยอาศัยอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่อง ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป
  • อาจไม่สามารถสร้างงานศิลปะที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้ Midjourney ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การสร้างงานศิลปะที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ ดังนั้นอาจไม่สามารถสร้างงานศิลปะที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้

2.Canva AI

Canva AI เป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ Canva ที่ช่วยให้คุณสามารถสร้างงานกราฟิกได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์ AI มากมายที่ช่วยให้คุณสามารถลบพื้นหลังของภาพ แปลงข้อความเป็นภาพ และสร้างภาพต้นแบบได้ Canva AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างงานกราฟิกโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการออกแบบใดๆ

ข้อดี

  • ใช้งานง่าย: Canva AI มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและเข้าใจง่าย แม้แต่ผู้เริ่มต้นก็สามารถสร้างงานกราฟิกที่สวยงามได้
  • มีประสิทธิภาพ: Canva AI ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้คุณสามารถสร้างงานกราฟิกได้ในเวลาไม่นาน
  • หลากหลาย: Canva AI มีฟีเจอร์ AI มากมายที่ช่วยให้คุณสามารถสร้างสรรค์งานกราฟิกได้หลากหลายรูปแบบ

ข้อเสีย

  • ผลลัพธ์อาจไม่ตรงตามความต้องการ: Canva AI ทำงานโดยอาศัยอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่อง ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป
  • อาจไม่สามารถสร้างงานกราฟิกที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้: Canva AI ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การสร้างงานกราฟิกที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ ดังนั้นอาจไม่สามารถสร้างงานกราฟิกที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้

3.DALL-E 2

DALL-E 2 เครื่องมือสร้างภาพ AI สุดล้ำ เป็นโปรแกรมสร้างภาพ AI สุดล้ำที่พัฒนาโดย OpenAI สามารถแปลงข้อความเป็นภาพได้ เช่น “ภาพสุนัขกำลังเล่นกับลูกบอล” หรือ “ภาพทิวทัศน์ทะเลยามพระอาทิตย์ตกดิน”

ข้อดี

  • สามารถสร้างภาพได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับข้อความที่ป้อนเข้าไป
  • สามารถสร้างภาพที่มีรายละเอียดสูงและมีความสมจริง
  • ใช้งานง่ายและสะดวก

ข้อเสีย

ผลลัพธ์อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป
อาจไม่สามารถสร้างงานศิลปะที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้

4.Jasper Art

โปรแกรมสร้างงานศิลปะด้วย AI ที่ใช้งานง่ายและสร้างสรรค์ Jasper Art เป็นโปรแกรมสร้างงานศิลปะด้วย AI ที่สามารถช่วยคุณสร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ โดยไม่ต้องอาศัยทักษะหรือความรู้ด้านศิลปะใดๆ โปรแกรม Jasper Art ทำงานโดยอาศัยอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning algorithm) ในการประมวลผลข้อมูลภาพจำนวนมาก เพื่อสร้างรูปแบบใหม่ของงานศิลปะ

ข้อดีของโปรแกรม Jasper Art

  • ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีทักษะหรือความรู้ด้านศิลปะใดๆ ก็สามารถสร้างงานศิลปะได้
  • สามารถสร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทของ AI Art Generator ที่ใช้
  • ช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

ข้อเสียของโปรแกรม Jasper Art

  • ผลลัพธ์อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป
  • อาจไม่สามารถสร้างงานศิลปะที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้

canva pro ราคา

5.Dream by WOMBO

Dream by WOMBO เป็นโปรแกรมสร้างภาพศิลปะแนวนามธรรมที่พัฒนาโดย WOMBOAI โปรแกรมนี้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประมวลผลข้อมูลภาพจำนวนมาก เพื่อสร้างรูปแบบใหม่ของงานศิลปะ

จุดเด่น

  • ใช้งานง่ายเพียงป้อนข้อความหรือคำสำคัญที่ต้องการ
  • สามารถสร้างภาพศิลปะได้หลากหลายสไตล์
  • ฟรีสำหรับการใช้งานพื้นฐาน

ข้อเสีย

  • ผลลัพธ์อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป
  • อาจมีภาพที่ไม่เหมาะสมปรากฏขึ้น

6.NightCafe

NightCafe เป็นโปรแกรมสร้างงานศิลปะด้วย AI (Artificial Intelligence) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โปรแกรมนี้สามารถช่วยสร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ โดยไม่ต้องอาศัยทักษะหรือความรู้ด้านศิลปะใดๆ

ข้อดีของโปรแกรม NightCafe

  • สามารถสร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพเหมือนคน สัตว์ วัตถุ สถานที่ หรือภาพนามธรรม
  • สามารถสร้างงานศิลปะที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่
  • ใช้งานง่าย เพียงป้อนรายละเอียดของงานศิลปะที่ต้องการสร้าง โปรแกรมก็จะสร้างงานศิลปะออกมาให้

ข้อเสียของโปรแกรม NightCafe

  • ผลลัพธ์อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป
  • อาจไม่สามารถสร้างงานศิลปะที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้

7.AutoDraw

AutoDraw เป็นโปรแกรมวาดรูปที่พัฒนาโดย Google AI โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวาดรูปได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีทักษะหรือความรู้ด้านศิลปะใดๆ

โปรแกรม AutoDraw มีฟีเจอร์หลักๆ ดังนี้

  • เครื่องมือวาดรูป โปรแกรม AutoDraw มีเครื่องมือวาดรูปพื้นฐานต่างๆ เช่น เส้น รูปร่าง และสีสัน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวาดรูปได้อย่างอิสระ
  • เครื่องมือ AutoDraw เครื่องมือ AutoDraw ช่วยให้ผู้ใช้สามารถวาดรูปได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยโปรแกรมจะใช้ AI ในการเดาสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการวาด และนำเสนอตัวเลือกภาพวาดต่างๆ ให้เลือก
  • คลังของ AutoDraw คลังของ AutoDraw มีภาพวาดต่างๆ มากมาย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและดาวน์โหลดภาพวาดที่ต้องการได้

ข้อดีของโปรแกรม AutoDraw

  • ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีทักษะหรือความรู้ด้านศิลปะใดๆ
  • สามารถสร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ
  • ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

ข้อเสียของโปรแกรม AutoDraw

  • ผลลัพธ์อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป
  • อาจไม่สามารถสร้างงานศิลปะที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้

8.Designs.ai

Designs.ai เป็นโปรแกรมออกแบบกราฟิกแบบ AI ใหม่ที่พัฒนาโดย Inmagine Labs โปรแกรมนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างงานกราฟิกได้หลากหลายรูปแบบ โดยไม่ต้องอาศัยทักษะหรือความรู้ด้านกราฟิกใดๆ

จุดเด่นของ Designs.ai

  • ใช้งานง่าย โปรแกรมมีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและใช้งานง่าย แม้แต่มือใหม่ก็สามารถเรียนรู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
  • สามารถสร้างงานกราฟิกได้หลากหลายรูปแบบ Designs.ai สามารถช่วยสร้างงานกราฟิกได้หลากหลายรูปแบบ เช่น โลโก้ นามบัตร แบนเนอร์ อินโฟกราฟิก และอื่นๆ
  • ผลลัพธ์มีคุณภาพสูง Designs.ai ใช้อัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อสร้างงานกราฟิกที่มีรายละเอียดและสมจริง
  • ราคาไม่แพง Designs.ai มีราคาเริ่มต้นเพียง 9.99 ดอลลาร์ต่อเดือน

ข้อเสียของ Designs.ai

  • อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง Designs.ai มีข้อจำกัดบางประการในการปรับแต่งงานกราฟิก ผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงอาจไม่พอใจกับโปรแกรมนี้
  • อาจไม่เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการงานกราฟิกที่มีคุณค่าทางศิลปะสูง Designs.ai มุ่งเน้นไปที่การสร้างงานกราฟิกที่สวยงามและสร้างสรรค์ แต่อาจไม่สามารถสร้างงานกราฟิกที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้

9.CF Spark Art

CF Spark Art เป็นโปรแกรมสร้างงานศิลปะด้วย AI ที่พัฒนาโดย Creative Fabrica ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการดาวน์โหลดทรัพยากรสร้างสรรค์ เช่น เทมเพลต ภาพประกอบ กราฟิกและอื่นๆ CF Spark Art ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ โดยไม่ต้องอาศัยทักษะหรือความรู้ด้านศิลปะใดๆ โปรแกรมนี้ทำงานโดยอาศัยอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning algorithm) ในการประมวลผลข้อมูลภาพจำนวนมาก เพื่อสร้างรูปแบบใหม่ของงานศิลปะ

ข้อดีของ CF Spark Art

  • ใช้งานง่าย: CF Spark Art มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างงานศิลปะได้โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านศิลปะใดๆ
  • หลากหลายรูปแบบ: CF Spark Art สามารถสร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบนามธรรมและแบบเหมือนจริง
  • สร้างสรรค์: CF Spark Art สามารถช่วยผู้ใช้สร้างงานศิลปะที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่
  • ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย: CF Spark Art สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจ้างศิลปินมืออาชีพ

ข้อเสียของ CF Spark Art

  • ผลลัพธ์อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป: CF Spark Art ทำงานโดยอาศัยอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่อง ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป
  • อาจไม่สามารถสร้างงานศิลปะที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้: CF Spark Art ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การสร้างงานศิลปะที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ ดังนั้นอาจไม่สามารถสร้างงานศิลปะที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้

10.OpenArt

OpenArt เป็นโปรแกรมสร้างงานศิลปะด้วย AI ที่พัฒนาโดย OpenAI ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ โดยไม่ต้องอาศัยทักษะหรือความรู้ด้านศิลปะใดๆ

OpenArt ทำงานโดยอาศัยอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning algorithm) ในการประมวลผลข้อมูลภาพจำนวนมาก เพื่อสร้างรูปแบบใหม่ของงานศิลปะ อัลกอริธึมเหล่านี้จะเรียนรู้รูปแบบและลักษณะของภาพต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง และนำมาใช้สร้างภาพใหม่ๆ ขึ้นมา

OpenArt มีฟีเจอร์และคุณสมบัติมากมาย ดังนี้

  • สามารถสร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ OpenArt สามารถสร้างงานศิลปะได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นภาพเหมือนจริง ภาพนามธรรม หรือภาพแนวแฟนตาซี
  • ใช้งานง่าย OpenArt มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างงานศิลปะได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
  • ฟรี OpenArt เป็นโปรแกรมฟรี ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ข้อดีของ OpenArt:

  • ใช้งานง่าย
  • ฟรี
  • สร้างงานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ

ข้อเสียของ OpenArt:

  • ผลลัพธ์อาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้เสมอไป
  • อาจไม่สามารถสร้างงานศิลปะที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงได้

สรุป

สรุปแล้ว AI Art Generators เป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ช่วยให้ทุกคนสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้หลากหลายรูปแบบ อย่างไรก็ตาม AI Art Generators ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ผู้ใช้จึงควรพิจารณาข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนตัดสินใจใช้งาน แล้วอย่าลืมดูเรื่องของลิขสิทธิ์ในการใช้งานกันด้วยนะครับ

นักออกแบบต้องรู้10 โปรแกรมออกแบบภาพ AI ปี 2023 Read More »

นักออกแบบต้องรู้! 10 โปรแกรมออกแบบภาพด้วย AI ในปี 2023

รวม 10 คอร์สเรียนจิตวิทยา เรียนจบมีใบเซอร์

ช่วงนี้ใครรู้สึกอยาก พัฒนาสกิลให้ตัวเอง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี นี่เลยจ้า วันนี้ผมมีคอร์สเรียนจิตวิทยาดี มาฝากกันถึง 10 คอร์ส แล้วไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายนะ เพราะงานนี้เขาเปิดให้เรียนฟรีกันแบบเนื้อหาจุใจ แถมยังได้ใบเซอร์อีกด้วยนะครับ ถ้าพร้อมกันแล้ว ไปเรียนกันไปเลย

รวม 10 คอร์สเรียนฟรี จิตวิทยา

1.จิตวิทยากับชีวิตประจำวัน (Psychology and Daily Life)

เข้าเรียนได้ที่ > ลงทะเบียน

2.เทคนิคการจัดการความเครียด (Stress Management Techniques)

เข้าเรียนได้ที่>ลงทะเบียน

3.การสร้างความรู้สึกดีให้ตนเอง (Creation of Good Feeling for Oneself)

เข้าเรียนได้ที่>ลงทะเบียน

4.จิตวิทยาประยุกต์ในการทำงาน เพื่อความสำเร็จ ความสุข และความมั่งคั่ง (Applied Psychology to Work through Success Happiness and Wealth)

เข้าเรียนได้ที่>ลงทะเบียน

Canva Pro ราคา

5.จิตวิทยาข้ามวัฒนธรรมในที่ทำงาน (Cross-cultural psychology at work)

เข้าเรียนได้ที่>ลงทะเบียน

6.จิตวิทยาบุคลิกภาพและการปรับตัว (Personality Psychology and Adjustment)

เข้าเรียนได้ที่>ลงทะเบียน

7.จิตวิทยาพัฒนาการวัยรุ่น (Developmental Psychology in Adolescent)

เข้าเรียนได้ที่>ลงทะเบียน

8.ศาสตร์และศิลป์ในการสร้างความสุข (Science and Art for Happiness Creation)

เข้าเรียนได้ที่>ลงทะเบียน

9.ศาสตร์เพื่อป้องกันอัตวินิบาตกรรม (การฆ่าตัวตาย) The Sciences for Suicide Prevention)

เข้าเรียนได้ที่>ลงทะเบียน

10.สุขภาพจิตกับกิจกรรมการดำเนินชีวิต เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรภาครัฐ (Mental Health, Occupation for Work Capacity Building of Government Officer)

เข้าเรียนได้ที่>ลงทะเบียน

รวม 10 คอร์สเรียนจิตวิทยา เรียนจบมีใบเซอร์ Read More »

คอร์สเรียน จิตวิทยาฟรี มีใบเซอร์

โพสต์โซเชียล เวลาไหนดี ปังๆ ยอดมองเห็นเยอะสุด 2023

อัปเดตเวลาโพสเฟส และ Social Media สำหรับลงรูปหรือโพสต์ขายของ เวลาไหนดีที่สุด เวลาโพสเฟส และโซเชียลมีเดีย ในการขายของออนไลน์ เวลาโพสเฟส หรือโพสโซเชียลมีเดียถือเป็นเรื่องที่ใครหลายคนจับจุดไม่ค่อยถูก ไม่รู้ว่าควรโพสต์เวลาไหน บางคนคิดแคปชั่นมาเป็นอย่างดี แต่เมื่อโพสต์ไปแล้วกลับไม่ค่อยมีคนเห็น มียอด Impression หรือยอด Reach น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องนี้อาจมีผลมาจากช่วงเวลาในการโพสเฟส เพราะถึงแม้ว่า Facebook จะเป็นโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่มีคนเข้าใช้งานเยอะ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเห็นสินค้าที่คุณโพสขายได้ทุกคน ดังนั้นในบทความนี้เราจึงได้นำข้อมูลและเทคนิคการโพสต์ดีๆ มาฝากพ่อค้าแม่ค้าหรือร้านค้าออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าควรลงรูปเวลาไหนดี เวลาไหนจะทำให้ผู้คนมองเห็นสินค้าได้มากที่สุด

เวลาโพสต์ Facebook มีความสำคัญอย่างไร ?

เวลาโพสต์ Facebook และโพสต์ Social Media ต่างๆ สำหรับการขายของออนไลน์ ไม่ใช่ว่าจะโพสเวลาไหนก็ได้ เพราะเวลาโพสต์ คือปัจจัยหลักที่จะช่วยยกระดับการขายของออนไลน์ให้ดี มีคุณภาพทำให้ลูกค้าเข้าถึงและเห็นโพสต์หรือคอนเทนต์ขายของได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นร้านค้าออนไลน์ต่างๆ จึงควรศึกษาและทำความเข้าใจในเรื่องของเวลาการโพสต์ให้ดี เพราะถ้าเลือกเวลาโพสได้ดี โพสถูกช่วงถูกเวลา โอกาสที่ลูกค้าจะเข้าถึงสินค้าและเลือกซื้อสินค้าก็จะมีมากขึ้น

รวมช่วงเวลาโพสเฟส และเวลาโพสที่ดีที่สุดของแต่ละแพลตฟอร์ม

1.ช่วงเวลาโพสต์ Facebook

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่า Facebook คือ แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยม มีคนเข้าใช้งานมากกว่า 2 พันล้านคนจากทั่วโลก รวมถึงเพจ Facebook และ Facebook Marketplace ก็เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสมต่อการโพสขายสินค้าออนไลน์เป็นอันดับต้นๆ สำหรับช่วงเวลาโพสเฟส เวลาโพสขายของหรือเวลาลงรูปในเฟสที่ดีที่สุด ก็คือช่วงเวลาประมาณ 07:00 น. ถึง 17:00 น. ของทุกวัน

2.ช่วงเวลาโพสต์ Instagram

Instagram เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มยอดฮิต ที่มีคนเข้าใช้งานเยอะ เนื่องจาก IG มีฟีเจอร์และลูกเล่นที่หลากหลาย นอกจากนี้ก็ยังเหมาะกับการโปรโมทและการโพสขายของในไอจี เพราะมีคนเข้าถึงสินค้าเยอะ ส่วนเรื่องการลงรูปไอจีเวลาไหนดี เวลาไหนจะมีคนเข้าถึงเยอะที่สุด จากการศึกษาสถิติพบว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโพส IG คือช่วงเวลาตั้งแต่ 09:00 น. ไปจนถึง 17:00 น. ของทุกวัน

Canva-pro-ตลอดชีพราคา-4

3.ช่วงเวลาโพสต์ TikTok

แม้จะเป็นแพลตฟอร์มน้องใหม่ แต่ TikTok ก็มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก เพราะ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างความสนุกสนานและความบันเทิงให้กับผู้คน และปัจจุบันก็ยังมีฟีเจอร์อย่าง TikTok Shop ที่เหมาะสำหรับร้านค้าออนไลน์อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถขายของออนไลน์ไปในตัว สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโพส คือช่วงเวลาประมาณ 9:00 น. ไปจนถึง 21:00 น. ของทุกวัน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มีคนเข้าใช้งานมากที่สุด

5.ช่วงเวลาในการโพสต์ Twitter

สำหรับ Twitter ก็เป็นอีกแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 300 ล้านคนต่อเดือน เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีการนำมาใช้ขายของออนไลน์ ซึ่งการขายของใน Twitter ก็จะมีจุดเด่นและความน่าสนใจที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ ในส่วนของช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโพสลงทวิตเตอร์จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงเช้า ประมาณ 7:00 น. ถึง 9:00 น. และช่วงเย็น ประมาณ 16:00 น. ถึง 20:00 น.

6.ช่วงเวลาสำหรับโพสต์ YouTube

Canva-pro-ตลอดชีพราคา-4

แพลตฟอร์มวิดีโอยอดฮิตที่คนทั่วโลกรู้จักอย่าง YouTube ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่มีคนเข้าใช้งานเป็นจำนวนมาก อีกครั้ง YouTube ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างมากมาย ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงเลือกใช้ YouTube เพื่อนำเสนอคอนเทนต์หรือวิดีโอนำเสนอแนะนำสินค้า สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์และลงวิดีโอใน YouTube ก็คือช่วงเวลา 12:00 น. ถึง 21:00 น.

อ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่:

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ ช่วงเวลาในการโพสต์บนโซเชียลมีเดีย แต่ละช่องทาง ให้มียอดการเข้าถึง และการมีส่วนร่วมจากโพสต์มากที่สุด หวังว่าบืความนี้จะเป็นประโยชน์และ เพื่อนๆสามารถนำไปปรับใช้ลองใช้งานกันดูนะครับ เพื่อผลลัพธ์เพิ่มการเข้าถึง ได้อย่างมากยิ่งขึ้น

โพสต์โซเชียล เวลาไหนดี ปังๆ ยอดมองเห็นเยอะสุด 2023 Read More »

โพสต์โซเชียล เวลาไหนดี ปังๆ ยอดมองเห็นเยอะสุด 2023

สอนทำนายหน้าใน tiktok shop พร้อมแล้วมาเริ่มเลย

การทำนายหน้าขายของใน TikTok Shop เป็นช่องทางในการสร้างรายได้แบบไม่ต้องลงทุน เพียงแค่มีบัญชี TikTok และบัญชี TikTok Shop ก็สามารถสมัครเป็นนายหน้าขายของได้แล้ว วิธีการสมัครนายหน้าขายของใน TikTok Shop มีขั้นตอนดังนี้

วิธีสมัครนายหน้า tiktok shop ทำอย่างไร

  • เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ TikTok ของเรา
  • กดที่ปุ่ม “ร้านค้า”
  • กดที่ปุ่ม “สมัครเป็นนายหน้า”
  • กรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัญชีธนาคาร
  • กด “ยืนยัน”

เมื่อสมัครเป็นนายหน้าขายของเรียบร้อยแล้วเราก็จะสามารถเพิ่มสินค้าของร้านค้าอื่น ๆ ลงในหน้าร้าน TikTok Shop ของเราได้แล้ว โดยเข้าไปที่หน้าร้านค้าของเรา กดที่ปุ่ม “เพิ่มสินค้า” จากนั้นเลือกสินค้าที่ต้องการเพิ่มจากร้านค้าอื่น ๆได้เลย แนะนำให้ดูที่ค่าคอมมิชชั่นสูงๆ นะครับ

เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้าจากหน้าร้านของคุณ คุณจะได้รับค่าคอมมิชชั่นตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดโดยร้านค้าต้นทาง เปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่นจะแตกต่างกันไปในแต่ละร้านค้า ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและเงื่อนไขของร้านค้า

Canva-pro-ตลอดชีพราคา-4

5 เคล็ดลับในการทำนายหน้าขายของใน TikTok Shop ให้ได้กำไร

1.เลือกสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

ก่อนเลือกสินค้ามาเพิ่มลงในหน้าร้านของคุณ คุณต้องศึกษากลุ่มเป้าหมายของคุณให้ดีว่าพวกเขาสนใจสินค้าประเภทใด สินค้าใดที่ได้รับความนิยมในชุมชนของคุณ การเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้คุณมีโอกาสขายสินค้าได้มากขึ้น

2.สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ


คอนเทนต์ของคุณเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อสินค้าของคุณ คอนเทนต์ที่น่าสนใจควรมีความน่าสนใจ น่าติดตาม และเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า คุณสามารถสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ เช่น รีวิวสินค้า วิดีโอสอนการใช้งานสินค้า ไลฟ์สดแนะนำสินค้า เป็นต้น

3.โปรโมทหน้าร้านของเรา

การโปรโมทหน้าร้านของคุณจะช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้าของคุณมากขึ้น คุณสามารถโปรโมทหน้าร้านของคุณผ่านช่องทางต่างๆ เช่น TikTok เอง โซเชียลมีเดียอื่นๆ และเว็บไซต์ของคุณ เป็นต้น

4.ให้บริการลูกค้าที่ดี

การให้บริการลูกค้าที่ดีเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า คุณสามารถตอบคำถามลูกค้า ช่วยเหลือลูกค้าแก้ไขปัญหาต่างๆ และให้บริการหลังการขายที่ดี เป็นต้น

5.อัปเดตสินค้าและคอนเทนต์อยู่เสมอ

การอัปเดตสินค้าและคอนเทนต์อยู่เสมอจะช่วยให้หน้าร้านของคุณดูทันสมัยและน่าสนใจ คุณสามารถอัปเดตสินค้าใหม่ๆ เพิ่มคอนเทนต์ใหม่ๆ และปรับเปลี่ยนคอนเทนต์ให้เข้ากับกระแสนิยม เป็นต้น

สรุป

การทำนายหน้าขายของใน TikTok Shop เป็นช่องทางในการสร้างรายได้ที่น่าสนใจ เพียงแค่มีทักษะการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการให้บริการลูกค้าที่ดี คุณก็สามารถประสบความสำเร็จในการทำนายหน้าขายของใน TikTok Shop ได้

สอนทำนายหน้าใน tiktok shop พร้อมแล้วมาเริ่มเลย Read More »

สอนทำนายหน้า Tiktok

Canva Pro มีฟีเจอร์อะไรอัปเดท บ้างปี 2023

Canva ได้อัปเดตฟีเจอร์และคุณสมบัติใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถออกแบบงานสร้างสรรค์ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อไปนี้คือตัวอย่างฟีเจอร์และคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่อัปเดตในปี 2023 ฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ Canva ได้เปิดตัวฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ มากมายในปี 2023 เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ออกแบบงานสร้างสรรค์ได้ง่ายขึ้น ฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ มีอะไรบ้างมาดูไปพร้อมๆกันได้เลย

รวมอัปเดท Canva pro ปี2023

พร้อมแล้วมาดูกันได้เลย

1.Magic Eraser ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถลบพื้นหลังของภาพได้อย่างง่ายดายด้วย AI

Magic Eraser เป็นฟีเจอร์ใหม่ของ Canva ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถลบวัตถุออกจากภาพได้อย่างง่ายดายด้วย AI ฟีเจอร์นี้ทำงานโดยการเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างวัตถุที่ต้องการลบกับพื้นหลัง จากนั้นจึงลบวัตถุนั้นออกโดยอัตโนมัติ

Magic Eraser เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลบวัตถุออกจากภาพ เช่น ผู้คน วัตถุที่ไม่ต้องการ หรือพื้นหลังที่ไม่ต้องการ ฟีเจอร์นี้สามารถช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการลบวัตถุออกจากภาพด้วยตนเอง

ข้อดีและข้อเสียของ Magic Eraser

ข้อดี

  • ลบวัตถุออกจากภาพได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว
  • ใช้งานง่าย
  • มีประสิทธิภาพ

ข้อเสีย

  • อาจไม่ทำงานได้ดีกับวัตถุที่มีความซับซ้อนหรือวัตถุที่มีพื้นหลังที่คล้ายคลึงกัน
  • อาจลบรายละเอียดบางส่วนของภาพออกโดยไม่ได้ตั้งใจ

โดยรวมแล้ว Magic Eraser เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและใช้งานง่าย ซึ่งสามารถช่วยผู้ใช้ลบวัตถุออกจากภาพได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าฟีเจอร์นี้อาจไม่ทำงานได้ดีกับทุกภาพ และอาจลบรายละเอียดบางส่วนของภาพออกโดยไม่ได้ตั้งใจ

2.Magic Write ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเขียนข้อความบนภาพได้อย่างง่ายดายและสวยงามด้วย AI

Magic Write เป็นฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดของ Canva ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเขียนข้อความบนภาพได้อย่างง่ายดายและสวยงามด้วย AI ฟีเจอร์นี้ใช้งานได้ฟรีสำหรับผู้ใช้ Canva Pro และ Canva Enterprise

Magic Write ทำงานโดยการวิเคราะห์รูปภาพที่คุณเลือกและสร้างข้อความที่เหมาะสมกับบริบทของรูปภาพ ข้อความที่สร้างขึ้นโดย Magic Write นั้นสวยงามและอ่านง่าย นอกจากนี้ยังปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ คุณจึงสามารถเปลี่ยนสี ขนาด สไตล์ตัวอักษร และอื่นๆ ได้

Magic Write เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับผู้ใช้ Canva ที่ต้องการสร้างภาพที่มีข้อความที่สวยงามและน่าสนใจ ฟีเจอร์นี้สามารถช่วยให้คุณประหยัดเวลาและพลังงานในการเขียนข้อความบนภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสร้างข้อความที่มีคุณภาพสูงและน่าดึงดูดยิ่งขึ้น

การใช้ Magic Write ใน Canva :

  • เปิด Canva และสร้างการออกแบบใหม่
  • เพิ่มรูปภาพลงในการออกแบบของคุณ
  • คลิกที่ปุ่ม “Magic Write” ในแถบเครื่องมือ
  • ป้อนข้อความ หรือคำถามที่คุณต้องการให้ Magic Write สร้างข้อความ
  • Magic Write จะสร้างข้อความที่เหมาะสมกับบริบทของรูปภาพ
  • ปรับแต่งข้อความตามต้องการ

3.Text to Image ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแปลงข้อความเป็นภาพได้อย่างง่ายดายด้วย AI

Text to Image เป็นฟีเจอร์ใหม่ของ Canva ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแปลงข้อความเป็นภาพได้อย่างง่ายดายด้วย AI ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้ฟรีสำหรับผู้ใช้ Canva ทุกคน

การใช้งาน Text to Image นั้นง่ายมากเพียงป้อนข้อความที่ต้องการลงในช่องข้อความ จากนั้นเลือกสไตล์และขนาดที่ต้องการ ฟีเจอร์จะสร้างภาพขึ้นมาทันที ผู้ใช้สามารถปรับแต่งภาพเพิ่มเติมได้ตามต้องการ

Text to Image สามารถใช้เพื่อสร้างภาพประกอบ กราฟิก โลโก้ และแบนเนอร์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ฟีเจอร์นี้จึงมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้ที่ชื่นชอบงานสร้างสรรค์

ข้อดีของ Text to Image

  • ใช้งานง่าย
  • สามารถสร้างภาพได้อย่างรวดเร็ว
  • สามารถปรับแต่งภาพได้ตามต้องการ
  • มีสไตล์และขนาดให้เลือกหลากหลาย

ข้อเสียของ Text to Image

  • คุณภาพของภาพอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับข้อความที่ป้อน
  • ฟีเจอร์นี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ จึงอาจพบข้อผิดพลาดบางประการ

4.Real-time collaboration ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันในแบบเรียลไทม์ได้

Real-time collaboration ของ Canva เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานร่วมกันในแบบเรียลไทม์ได้ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์การออกแบบกับผู้อื่น และทำงานร่วมกันในการแก้ไขและปรับปรุงการออกแบบได้พร้อมกัน

เพื่อใช้งาน Real-time collaboration ผู้ใช้ต้องสร้างการออกแบบใหม่หรือเปิดการออกแบบที่มีอยู่ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Share” ในมุมขวาบนของหน้าจอ เลือกผู้ใช้ที่เราต้องการแชร์การออกแบบด้วย จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Send”

เมื่อผู้ใช้ได้รับลิงก์การออกแบบ พวกเขาสามารถคลิกลิงก์เพื่อเปิดการออกแบบใน Canva ของพวกเขา จากนั้นพวกเขาสามารถเริ่มทำงานร่วมกันในการออกแบบได้

ผู้ใช้ที่ทำงานร่วมกันในการออกแบบสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใช้รายอื่นทำในแบบเรียลไทม์ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะปรากฏขึ้นบนหน้าจอของผู้ใช้ทุกคนที่ทำงานร่วมกันในการออกแบบ

ผู้ใช้สามารถแสดงความคิดเห็นบนการออกแบบของผู้อื่นได้โดยใช้เครื่องมือ “Comment” ใน Canva ความคิดเห็นเหล่านี้จะปรากฏขึ้นบนหน้าจอของผู้ใช้ทุกคนที่ทำงานร่วมกันในการออกแบบ

ผู้ใช้ยังสามารถย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าของการออกแบบได้โดยใช้เครื่องมือ “Version history” ใน Canva

Real-time collaboration เป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับทีมที่ทำงานร่วมกันในการออกแบบงานสร้างสรรค์ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างสรรค์งานออกแบบที่มีคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว

ข้อดีของการใช้ Real-time collaboration Canva

  • ช่วยให้ทีมสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ช่วยให้ทีมสามารถสร้างสรรค์งานออกแบบที่มีคุณภาพสูงได้อย่างรวดเร็ว
  • ช่วยให้ทีมสามารถปรับปรุงการออกแบบได้อย่างรวดเร็ว
  • ช่วยให้ทีมสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใช้รายอื่นทำในแบบเรียลไทม์

Canva-pro-ตลอดชีพราคา-4

5.Commenting ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแสดงความคิดเห็นบนการออกแบบของผู้อื่นได้

commenting ของ Canva เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้เราแสดงความคิดเห็นบนการออกแบบของผู้อื่นได้ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณสามารถสื่อสารความคิดและข้อเสนอแนะของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น และช่วยให้เราปรับปรุงการออกแบบให้ดีขึ้น

สามารถใช้ Commenting ของ Canva เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์ประกอบต่างๆ ของการออกแบบ เช่น ข้อความ รูปภาพ รูปร่าง และสี ยังสามารถใช้ Commenting เพื่อเสนอคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดองค์ประกอบ สไตล์ และอารมณ์ของการออกแบบ

ขอดีของ Commenting Canva

  • เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับความคิดเห็นของเรา ให้ข้อมูลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสิ่งที่เราชอบหรือไม่ชอบเกี่ยวกับการออกแบบ
  • เสนอคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ แทนที่จะแค่บอกว่าคุณไม่ชอบอะไร ให้เสนอสิ่งที่เราคิดว่าจะปรับปรุงการออกแบบได้อย่างไร
  • ให้กำลังใจและสร้างสรรค์ ความคิดเห็นของเราควรเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์และช่วยปรับปรุงการออกแบบ

อ่านเรื่องอื่นๆจาก Canva ได้ที่:

6.Version history ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถย้อนกลับไปยังเวอร์ชันก่อนหน้าของการออกแบบได้

7.Dark mode ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน Canva ในโหมดมืดได้

8.Voice typing ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถป้อนข้อความลงใน Canva ด้วยเสียงได้

Canva-pro-ตลอดชีพราคา-4

สรุป

นอกจากฟีเจอร์และคุณสมบัติใหม่ ๆ เหล่านี้แล้ว Canva ยังได้ปรับปรุงฟีเจอร์และคุณสมบัติที่มีอยู่ให้ดีขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น Canva ได้ปรับปรุงเครื่องมือแก้ไขภาพและวิดีโอให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และปรับปรุงการค้นหาเทมเพลตและองค์ประกอบให้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยสรุปแล้ว Canva ยังคงพัฒนาและปรับปรุงฟีเจอร์และคุณสมบัติใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถออกแบบงานสร้างสรรค์ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สั่งซื้อ: Canva Pro ราคาพิเศษ ได้ที่นี่

Canva Pro มีฟีเจอร์อะไรอัปเดท บ้างปี 2023 Read More »

Canva มีฟีเจอร์อะไรอัปเดท บ้างปี 2023

Google Docs AI proofread เครื่องมือช่วยตรวจคำผิด

Google Docs เป็นหนึ่งในเครื่องมือการเขียนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลายและใช้งานง่าย ทำให้ Google Docs เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างเอกสาร หนึ่งในฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ของ Google Docs คือ AI proofread ฟีเจอร์นี้ใช้AI เพื่อช่วยพิสูจน์อักษรและปรับแต่งการเขียนของเราให้ดีขึ้น และยังช่วยให้เราสามารถเขียนเอกสารที่ถูกต้องและกระชับยิ่งขึ้น ถือว่า ดีมากๆ ในฟีเจอร์นี้

AI proofread สามารถช่วยเราในการแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ เช่น

  • สะกดคำผิด
  • ไวยากรณ์ผิด
  • การใช้คำที่ซ้ำกัน
  • การใช้คำที่ไม่เหมาะสม
  • ประโยคที่วกวนหรือสับสน

นอกจากนี้ AI proofread ยังสามารถช่วยเราในการปรับแต่งการเขียนของเราให้ดีขึ้น เช่น

  • การใช้คำที่ชัดเจนและกระชับยิ่งขึ้น
  • การใช้ภาษาที่กระชับและน่าสนใจยิ่งขึ้น
  • การจัดระเบียบเนื้อหาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

Canva-pro-ตลอดชีพราคา

เพื่อใช้ AI proofread ให้เปิดเอกสารที่เราต้องการแก้ไข จากนั้นไปที่เมนู “เครื่องมือ” > “พิสูจน์อักษร” > “ตรวจสอบการสะกดและไวยากรณ์”

AI proofread จะตรวจสอบเอกสารของเราและแสดงข้อผิดพลาดที่พบ เราสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้โดยตรงในเอกสารหรือคลิกที่ปุ่ม “แก้ไขทั้งหมด” เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหมดในครั้งเดียว

AI proofread เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเขียนเอกสารที่ถูกต้องและกระชับยิ่งขึ้น ฟีเจอร์นี้ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราประหยัดเวลาและพลังงานในการแก้ไขเอกสาร

การใช้ประโยชน์จาก AI proofread อย่างเต็มที่:

  • อ่านเอกสารก่อนใช้ AI proofread เพื่อให้สามารถระบุข้อผิดพลาดทั่วไปได้
  • ตรวจสอบข้อผิดพลาดที่ AI proofread พบอย่างรอบคอบเพื่อตัดสินใจว่าคุณต้องการแก้ไขหรือไม่
  • ปรับแต่งการตั้งค่า AI proofread เพื่อให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะ
  • ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ สามารถใช้ AI proofread เพื่อปรับปรุงคุณภาพการเขียนได้

Google Docs AI proofread เครื่องมือช่วยตรวจคำผิด Read More »

Google Docs AI proofread เครื่องมือช่วยพิสูจน์อักษรและปรับแต่งการเขียนให้ดีขึ้น

คอร์สเรียนฟรี Google sheet จาก thaimooc

คำอธิบายรายวิชา


ศึกษาการใช้งานโปรแกรม Google Docs, Google Sheets และ Google Slides สร้างเอกสารและจัดรูปแบบเอกสารด้วยโปรแกรม Google Docs สร้างเอกสาร จัดรูปแบบ และใส่ข้อมูลประเภทสูตร ฟังก์ชันด้วยโปรแกรม Google Sheets สร้างและจัดรูปแบบสื่อนำเสนอด้วยโปรแกรม Google Slides เผยแพร่เอกสารที่สร้างด้วย Google Docs,Google Sheet และ Google Slides เพื่อการทำงานเป็นทีม

จำนวนชั่วโมงเรียนรู้

จำนวนชั่วโมงเรียนรู้ทั้งหมด 8 ชั่วโมงเรียนรู้ (จำนวนชั่วโมงสื่อวีดิทัศน์ 2 ชั่วโมง 48 นาที)

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  1. ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนและเข้าใช้บัญชี Google ได้
  2. ผู้เรียนสามารถสร้างสื่อนำเสนอโดยใช้ Google Slides ได้
  3. ผู้เรียนสามารถสร้างเอกสารโดยใช้ Google Docs ได้
  4. ผู้เรียนสามารถสร้างเอกสารตารางคำนวณโดยใช้ Google Sheet ได้
  5. ผู้เรียนสามารถเผยแพร่เอกสารที่สร้างด้วย Google Docs, Google Sheet และ Google Slides เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้

คุณสมบัติผู้เรียน

นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ทุกเพศ ทุกวัย ที่สนใจสามารถเรียนได้

เกณฑ์การวัดผล

เข้าทำแบบทดสอบก่อนเรียน กิจกรรมในบทเรียน แบบทดสอบระหว่างเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน
ผู้เรียนมีคะแนนรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 70% ถือว่าผ่านเกณฑ์เพื่อรับประกาศนียบัตรในระบบได้

Canva-pro-ตลอดชีพราคา

คอร์สเรียนฟรี Google sheet จาก thaimooc Read More »

คอร์สฟรี google sheet

คอร์สเรียนฟรี สายงาน DATA จากGoogle

ในปัจจุบัน ข้อมูลกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับองค์กรต่างๆ องค์กรต่างๆ ต่างก็ต้องการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

ด้วยเหตุนี้ อาชีพในสายงาน Data จึงมีความสำคัญและเติบโตอย่างรวดเร็ว ตำแหน่งงานในสายงาน Data ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา เช่น Data Analyst, Data Scientist, Data Engineer, Data Architect เป็นต้น

หากเราสนใจที่จะประกอบอาชีพในสายงาน Data Google มีคอร์สเรียนฟรีที่จะช่วยให้เราเริ่มต้นได้ หลักสูตรเหล่านี้ครอบคลุมพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูล การเรียนรู้ของเครื่อง และวิทยาศาสตร์ข้อมูล

คอร์สเรียนฟรีจาก Google เหล่านี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะในสายงาน Data หลักสูตรเหล่านี้ได้รับการพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Google และได้รับการรับรองจากสถาบันชั้นนำพร้อมแล้ว มาดูกันได้เลย

4 คอร์สเรียน DATA จาก GOOGLE

มาเริ่มกันเลย

1.คอร์สเรียน DATA Google python

คอร์ส Google python ไม่ต้องใช้ความรู้เวอร์วังอะไรมาก แค่มีประสบการณ์ด้าน Programming มาบ้าง และอยากจะอัพสกิลด้าน Pyhton เพิ่มเติม ก็สามารถเรียนได้ฉลุย ซึ่งคอร์สนี้มีทั้งเอกสารประกอบการเรียน วิดีโอบรรยาย และ Code อีกมากมายให้คุณทดลองลับฝีมือ

ลิงก์เข้าเรียน> Google python

2. คอร์สเรียน G Suite Certification Sheets

ถ้าอยากเป็นมือโปรด้าน Data ต้องคล่องแคล่วเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Google Sheets ซึ่งคอร์สนี้จะอัพสกิลให้คุณเก่งขึ้นแบบจุกๆ เรียนรู้แบบเจาะลึกแต่ละฟังก์ชัน รวมถึงการคัดกรองและสร้าง chart ข้อมูล แถมยังเอาความรู้ไปใช้สอบ G Suite certification ได้อีกต่างหาก พร้อมแล้วก็เตรียมตัวลงเรียนกันได้เลย

ลิงก์เข้าเรียน>G Suite Certification Sheets

3.คอร์สเรียน DATA Introduction to Data Studio

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการทำ Data คือการนำเสนอข้อมูลที่เราวิเคราะห์มาให้น่าสนใจ เข้าใจง่าย ซึ่งคอร์สนี้จะช่วยให้นักการตลาด เจ้าของธุรกิจ หรือบรรดาเอเจนซี่ รู้จักใช้เครื่องมือ Data Studio เพื่อสร้างรีพอร์ตที่ทรงพลังและทำงานร่วมกับคนในทีมได้อย่างลื่นไหล

ลิงก์เข้าเรียน>DATA Introduction to Data Studio

Canva-pro-ตลอดชีพราคา

4.คอร์สเรียน DATA Machine Learning Crash Course

เป็นคอร์สฟรีด้าน ML ที่คุ้มค่ามาก! คัดมาให้เน้นๆ ถึง 25 บทเรียน 15 ชั่วโมง มากกว่า 30 แบบฝึกหัดให้ทดลองทำ พร้อมวิดีโอบรรยายจากนักวิจัยของ Google และได้ศึกษาเคสระดับโลกอีกด้วย ซึ่งแนะนำว่าผู้เรียนควรมีพื้นฐานเขียนโค้ดมาบ้าง เพราะจะเน้น Python คู่กับ TensorFlow เป็นหลัก พร้อมแล้วไปลงเรียนกันได้เลย

ลิงก์เข้าเรียน> DATA Machine Learning Crash Course

อ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่:

สรุป

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับ คอร์สเรียนฟรี DATA จาก Google คอร์สเรียนเหล่านี้สามารถเรียนออนไลน์ได้ฟรี สามารถเรียนตามพื้นฐานของตนเอง และสามารถเข้าถึงเนื้อหาหลักสูตรได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากเราต้องการเริ่มต้นอาชีพในสายงาน Data คอร์สเรียนฟรีจาก Google ถือเป็นหนึ่ง ตัวเลือกที่ดีอีกหนึ่งทางเลยก็ว่าได้ครับ

คอร์สเรียนฟรี สายงาน DATA จากGoogle Read More »

คอร์สเรียนฟรี สาย DATA จาก GOOGLE

Google Slides AI เครื่องมือสร้างสไลด์

Google SlidesAI.io เป็นเครื่องมือสร้างสไลด์บน Google Workspace Marketplace ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสไลด์ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยี AI เครื่องมือนี้สามารถช่วยผู้ใช้ประหยัดเวลาได้มากในการสร้างสรรค์สไลด์นำเสนอต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสไลด์ขายของ สไลด์บรรยาย หรือสไลด์งานประชุม

วิธีใช้งาน

การใช้งาน SlidesAI.io นั้นง่ายมาก เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  • ติดตั้งแอป SlidesAI.io จาก Google Workspace Marketplace
  • ป้อข้อความที่ต้องการสร้างสไลด์
  • เลือกประเภทของสไลด์ที่ต้องการ
  • เลือกค่าที่ตั้งล่วงหน้าของสี
  • คลิกปุ่ม “สร้างสไลด์”

SlidesAI.io จะสร้างสไลด์นำเสนอตามข้อความและตัวเลือกที่ผู้ใช้ได้เลือกไว้ ผู้ใช้สามารถแก้ไขสไลด์ได้ตามต้องการ เช่น เพิ่มหรือลบข้อความ เปลี่ยนสี เพิ่มรูปภาพ หรืออื่นๆ

ประโยชน์ของ ของ Google Slides AI

SlidesAI.io มีประโยชน์มากมายสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสไลด์นำเสนอ ได้แก่:

  • ประหยัดเวลา เครื่องมือนี้จะช่วยผู้ใช้ประหยัดเวลาในการสร้างสรรค์สไลด์นำเสนอได้มาก ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาออกแบบสไลด์เองตั้งแต่ต้น SlidesAI.io จะจัดการเรื่องเหล่านี้ให้
  • สร้างสไลด์ที่น่าดึงดูด SlidesAI.io ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้างสไลด์ที่ออกแบบมาอย่างสวยงามและน่าดึงดูด ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการออกแบบกราฟิกก็สามารถสร้างสไลด์นำเสนอที่มีคุณภาพได้
  • ใช้งานง่าย SlidesAI.io ใช้งานง่ายมาก ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางเทคนิคใดๆ ก็สามารถใช้งานได้

ราคา

มีให้บริการฟรีสำหรับการใช้งานพื้นฐาน ผู้ใช้สามารถอัปเกรดเป็นแผนพรีเมียมเพื่อรับฟีเจอร์เพิ่มเติมได้

สรุป

Google Slides AI เป็นเครื่องมือสร้างสไลด์ที่มีประโยชน์สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประหยัดเวลาและสร้างสไลด์นำเสนอที่น่าดึงดูด เครื่องมือนี้ใช้งานง่ายและช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างสไลด์นำเสนอได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Google Slides AI เครื่องมือสร้างสไลด์ Read More »

Google ปรับปรุงการค้นหาด้วยเทคโนโลยี AI

Google ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับ Google Search ที่อาศัยเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างการเรียนรู้ ฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลบนเว็บได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์แรกคือ Search Generative Experience (SGE) ซึ่งจะสรุปประเด็นสำคัญของบทความหรือเว็บไซต์ ผู้ใช้สามารถดูสรุปประเด็นเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วโดยลากเมาส์ไปยังคำหรือวลีที่ต้องการ

ฟีเจอร์ที่สองคือ Explore on page ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความหรือเว็บไซต์ได้ โดยฟีเจอร์นี้จะแสดงคำถามและคำตอบที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่กำลังอ่านอยู่ ผู้ใช้ยังสามารถข้ามไปยังจุดที่ตรงประเด็นที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

ฟีเจอร์เหล่านี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบ แต่ Google คาดว่าจะเปิดตัวให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ใช้งานในเร็วๆ นี้

รูปที่มา: Google

ตัวอย่าง: การใช้งานฟีเจอร์ SGE

หากผู้ใช้ค้นหาคำว่า “วิธีทำอาหารไทย” ฟีเจอร์ SGE จะสรุปประเด็นสำคัญของบทความหรือเว็บไซต์ที่แสดงผลขึ้นมา โดยสรุปประเด็นเหล่านี้อาจรวมถึง:

  • การเตรียมวัตถุดิบ
  • วิธีทำอาหาร
  • เคล็ดลับในการทำอาหาร

ผู้ใช้สามารถดูสรุปประเด็นเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วโดยลากเมาส์ไปยังคำหรือวลีที่ต้องการ เช่น “เตรียมวัตถุดิบ” หรือ “วิธีทำอาหาร”

ตัวอย่าง : การใช้งานฟีเจอร์ Explore on page

หากผู้ใช้อ่านบทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย ฟีเจอร์ Explore on page จะแสดงคำถามและคำตอบที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย เช่น

  • อาณาจักรสุโขทัยตั้งอยู่ที่ไหน?
  • กษัตริย์องค์แรกของอาณาจักรสุโขทัยคือใคร?

ผู้ใช้ยังสามารถข้ามไปยังจุดที่ตรงประเด็นที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว เช่น หากผู้ใช้ต้องการทราบเกี่ยวกับอาณาจักรสุโขทัย ผู้ใช้สามารถคลิกที่คำถาม “อาณาจักรสุโขทัยตั้งอยู่ที่ไหน?” เพื่อข้ามไปยังส่วนนั้นของบทความได้ทันที

ฟีเจอร์เหล่านี้มีประโยชน์อย่างไร?

ฟีเจอร์เหล่านี้มีประโยชน์สำหรับผู้ใช้หลายประเภท เช่น

  • นักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการหาข้อมูลเพื่อการศึกษา
  • คนทำงานที่ต้องการหาข้อมูลเพื่อการทำงาน
  • ผู้บริโภคที่ต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ

สรุป

ฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลบนเว็บได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องอ่านบทความหรือเว็บไซต์ทั้งหมดเพียงเพื่อค้นหาข้อมูลที่ต้องการ เพียงแค่ใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างรวดเร็ว

Google ปรับปรุงการค้นหาด้วยเทคโนโลยี AI Read More »

Google ปรับปรุงการค้นหาด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อสร้างการเรียนรู้
Scroll to Top

Fasttacks ให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัว เราจะทำงานอย่างดีที่สุดเพื่อรักษาความลับ และควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ปลอดภัย โดยคุณสามารถเลือกความยินยอมแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ ได้ โดยคลิกที่ปุ่ม เลือกตั้งค่าประเภทคุ้กกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก