ความรู้การตลาดออนไลน์

การรันธุรกิจด้วยตัวคนเดียว ความเร็วสู่ความสำเร็จ

One Person Business คืออะไร ?

One Person Business คือ ธุรกิจของคนคนเดียว เป็นรูปแบบธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากมีความยืดหยุ่นและสามารถเริ่มต้นได้ง่าย

และในบทความนี้ ผมจะแนะนำ 10 แนวทางการทำ One Person Business ที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียวอย่างแน่นอน พร้อมแล้วไปดูพร้อมๆกันได้เลย

10 แนวทางการทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียว

มาเริ่มต้นไปพร้อมๆกันกับเราได้เลย

1.เลือกธุรกิจที่ตรงกับความสนใจและทักษะของคุณ

การเลือกธุรกิจที่ตรงกับความสนใจและทักษะของคุณ จะช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณสามารถเริ่มต้นจากการสำรวจสิ่งที่คุณชอบและถนัด จากนั้นลองคิดหาวิธีที่จะสร้างรายได้จากสิ่งเหล่านั้น

2.วางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบ

ก่อนเริ่มต้นธุรกิจ สิ่งสำคัญคือต้องวางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ตลาดเป้าหมาย ผลิตภัณฑ์หรือบริการ กลยุทธ์การตลาด และการเงิน

3.ทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

การทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับธุรกิจทุกประเภท คุณสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางการตลาดต่างๆ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ การโฆษณาออนไลน์ และงานอีเวนต์

4.ให้บริการลูกค้าที่ดี

การบริการลูกค้าที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของคุณ คุณสามารถให้บริการลูกค้าที่ดีได้โดยตอบคำถามและข้อกังวลของลูกค้าอย่างรวดเร็วและอย่างสุภาพ

canva pro ราคา

5.จัดการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ

การจัดการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจทุกประเภท คุณสามารถติดตามค่าใช้จ่ายและรายได้ เพื่อควบคุมสถานะทางการเงินของคุณ

6.แบ่งเวลาในการทำงานและพักผ่อนอย่างเหมาะสม

การทำธุรกิจของคนคนเดียวอาจทำให้คุณทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน สิ่งสำคัญคือ ต้องแบ่งเวลาในการทำงานและพักผ่อนอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้ร่างกายและจิตใจของคุณอ่อนล้า

7.เรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ

โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือ ต้องเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้

8.อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือ

การทำธุรกิจคนเดียวอาจเป็นเรื่องท้าทาย คุณสามารถขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือเพื่อนฝูงได้หากต้องการ

9.อย่าย่อท้อ

การทำธุรกิจต้องใช้เวลาและความพยายามจึงจะประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญคืออย่าย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจของคุณต่อไป

10.สนุกกับการทำธุรกิจ

การทำธุรกิจควรเป็นสิ่งที่สนุกและท้าทาย คุณสามารถทำให้การทำธุรกิจของคุณสนุกขึ้นได้โดยทำสิ่งที่คุณรักและทำงานร่วมกับคนที่คุณชอบ

สรุป

นอกจากแนวทางการทำ One Person Business ข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมความสำเร็จของธุรกิจ เช่น การมีทัศนคติที่ดี ความมุ่งมั่น ความอดทน และการเรียนรู้อยู่เสมอ ขอให้ทุกคนโชคดีในการทำธุรกิจของตนเองกันนะครับ

การรันธุรกิจด้วยตัวคนเดียว ความเร็วสู่ความสำเร็จ Read More »

One Person Business การรันธุรกิจด้วยตัวคนเดียว ความเร็วสู่ความสำเร็จ

รวมขนาดรูป instagram อัปเดทล่าสุด 2023

สายทำคอนเทนต์ นักออกแบบ ไม่ควรพลาดวันนี้ เราได้รวบรวมข นาดรูปภาพ ทั้งหมดจาก instagram อัปเดทล่าสุดปี 2023 มาดูกันเลยว่า ขนาดรูปทั้งหมดประกอบไปด้วย ขนาดเท่าไหร่บ้าง พร้อมแล้ว ลุย

รวมขนาดรูป instagram อัปเดทล่าสุด 2023

ไปดูกันเลย

ขนาดรูปที่แนะนำ 1080 X 1080 px

2.video carousel post

3.storles

4.video Ads

5.Stories ,Reels ADS

Canva-pro-ตลอดชีพราคา-4

6.Image Carouel post

7.video post

8.Live

9.ig profile

10. Image Ads

11.IGTV

12.Image post

สรุป

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับ รวมขนาด ขนาดรูป instagram อัปเดทล่าสุด 20203 หวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่เป็นผู้ทำคอนเทนต์และนักออกแบบ กันทุกคนนะครับ อย่าลืมติดตามข่าวสารดีๆจาก fast tacks กันด้วยนะครับ

รวมขนาดรูป instagram อัปเดทล่าสุด 2023 Read More »

ขนาดรูป instagram

รีวิว Social Listening การตลาดแบบฉลาดฟังเสียงลูกค้า

หนังสือ “Social Listening การตลาดแบบฉลาดฟังเสียงลูกค้า” เขียนโดย ณัฐพล ม่วงทำ หนังสือเล่มนี้พูดถึงกลยุทธ์ Social Listening การฟังเสียงลูกค้าในโลกออนไลน์ เพื่อนำมาวิเคราะห์และวางแผนการตลาดที่ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น มาดูกันได้เลย ว่ามีหัวข้ออะไรที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้บ้าง

หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ

  • บทที่ 1 : ทำไมนักการตลาดยุคดาต้า ต้องใช้ Social Listening
  • บทที่ 2 : เครื่องมือ Social Listening มีอะไรบ้าง
  • บทที่ 3 : เทคนิค Social Listening ขั้นเทพ

ทำไมนักการตลาดยุคดาต้า ต้องใช้ Social Listening

ความสำคัญของ Social Listening ในยุคการตลาดดิจิทัล ในปัจจุบันผู้บริโภคมีอำนาจในการเลือกซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น ผู้บริโภคสามารถแสดงความคิดเห็นและแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับสินค้าและบริการต่างๆ บนโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย นักการตลาดจึงจำเป็นต้องใช้ Social Listening เพื่อติดตามและวิเคราะห์ความคิดเห็นของลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

เครื่องมือ Social Listening มีอะไรบ้าง ?

เครื่องมือ Social Listening ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เครื่องมือเหล่านี้สามารถช่วยรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ความคิดเห็นของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักการตลาดสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของแต่ละองค์กร

เทคนิค Social Listening ขั้นเทพ ?

เทคนิค Social Listening ที่จะช่วยให้นักการตลาดสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้นักการตลาดสามารถค้นพบ Insight ของลูกค้าที่ซ่อนอยู่ และนำมาพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

Canva-pro-ตลอดชีพราคา

หนังสือเล่มนี้เขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและกระชับ อ่านได้เพลิดเพลิน เนื้อหาของหนังสือมีความครบถ้วนและครอบคลุม เหมาะสำหรับนักการตลาดที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับ Social Listening เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในงานการตลาด

ข้อดีของหนังสือ

  • เนื้อหาของหนังสือมีความครบถ้วนและครอบคลุม
  • หนังสือเขียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและกระชับ อ่านได้เพลิดเพลิน
  • หนังสือมีตัวอย่างและกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

ข้อเสียของหนังสือ

หนังสืออาจไม่เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับ Social Listening

สรุป

โดยรวมแล้ว หนังสือ “Social Listening การตลาดแบบฉลาดฟังเสียงลูกค้า” เป็นหนังสือที่มีประโยชน์และน่าอ่าน หนังสือเล่มนี้สามารถช่วยให้นักการตลาดเข้าใจถึงกลยุทธ์ Social Listening และสามารถนำไปใช้พัฒนางานการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากยังไม่มีติดตัวบอกเลยว่าพลาดมากๆ เล่มนี้ถือว่าคุณจะได้เรียนรู้อะไรอีกมายในโลการตลาดออนไลน์

รีวิว Social Listening การตลาดแบบฉลาดฟังเสียงลูกค้า Read More »

รีวิวหนังสือ Social Listening การตลาดแบบฉลาดฟังเสียงลูกค้า

Affiliate Marketing คืออะไร? นอนอยู่บ้านก็หาเงินได้

Affiliate Marketing คือ การทำการตลาดแบบพันธมิตร เป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้าของสินค้าหรือบริการกับผู้ทำการตลาด โดยผู้ทำการตลาดจะทำหน้าที่โปรโมตสินค้าหรือบริการของเจ้าของสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางของตนเอง และจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากการขายที่เกิดขึ้น

การทำ Affiliate Marketing เป็นช่องทางการสร้างรายได้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ เช่น

  • ลงทุนน้อย : ผู้ทำการตลาดไม่ต้องลงทุนซื้อหรือสต็อกสินค้า
  • ทำงานที่ไหนก็ได้ : ผู้ทำการตลาดสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ เพียงมีอินเทอร์เน็ต
  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้าง : ผู้ทำการตลาดสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลายช่องทาง

10 หัวข้อการทำ Affiliate Marketing ที่ผู้เริ่มต้นควรรู้

มาดูกันได้เลย แล้วลงมือทำไปพร้อมๆกัน

1.อะไรคือ Affiliate Marketing

ก่อนที่จะเริ่มต้นทำ Affiliate Marketing สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจก่อนว่า Affiliate Marketing คืออะไร เป็นอย่างไร มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

2.เลือกสินค้าหรือบริการที่เหมาะกับตัวเอง

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการเลือกสินค้าหรือบริการที่เหมาะกับตัวเอง ผู้ทำการตลาดควรเลือกสินค้าหรือบริการที่ตนเองมีความรู้และมีความถนัดเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถโปรโมตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.หาพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ

ผู้ทำการตลาดควรหาพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ มีสินค้าหรือบริการที่ดีมีคุณภาพ และให้ค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผล

4.สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ

คอนเทนต์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทำ Affiliate Marketing ผู้ทำการตลาดควรสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน

5.โปรโมตคอนเทนต์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจแล้ว ผู้ทำการตลาดควรโปรโมตคอนเทนต์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด โดยใช้ช่องทางต่างๆ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ หรืออีเมล

6.ติดตามผลและวิเคราะห์ผลลัพธ์


ผู้ทำการตลาดควรติดตามผลและวิเคราะห์ผลลัพธ์ของการทำ Affiliate Marketing อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์และเพิ่มประสิทธิภาพ

7.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตร

ผู้ทำการตลาดควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตร เพื่อร่วมมือกันสร้างผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

8.เรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ

โลกของการทำ Affiliate Marketing เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ทำการตลาดจึงควรเรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อไม่ตกกระแสและสามารถแข่งขันได้

9.อดทนและมุ่งมั่น


การทำ Affiliate Marketing ต้องใช้ความอดทนและมุ่งมั่น กว่าที่จะเห็นผลลัพธ์อาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

10.อย่าท้อแท้

หากทำ Affiliate Marketing แล้วไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ อย่าเพิ่งท้อแท้ ผู้ทำการตลาดควรเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และพยายามปรับปรุงกลยุทธ์ให้ดียิ่งขึ้น

Canva-pro-ตลอดชีพราคา

สรุป

นอกจาก 10 หัวข้อข้างต้นแล้ว ยังมีหัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำ Affiliate Marketing อีกมากมาย เช่น เทคนิคการทำ Affiliate Marketing การสร้างคอนเทนต์เพื่อโปรโมตสินค้าหรือบริการ การหาพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ การติดตามผลและวิเคราะห์ผลลัพธ์ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตร การเรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ และเคล็ดลับในการทำ Affiliate Marketing

Affiliate Marketing คืออะไร? นอนอยู่บ้านก็หาเงินได้ Read More »

Affiliate Marketing คืออะไร

จอมอนิเตอร์ สำหรับงานกราฟิกดีไซน์ รุ่นไหนดี

สำหรับกราฟิกดีไซน์เนอร์ แล้ว จอมอนิเตอร์ เป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพได้จอมอนิเตอร์สำหรับทำงานกราฟิกดีไซน์ที่ดีนั้น ควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง แล้วควรเลือกใช้จอมอนิเตอร์แบบไหน ที่คุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด มาดูข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละ รุ่นของจอม

รวม 9 จอมอนิเตอร์ สำหรับงานกราฟิก

พร้อมแล้ว มาเริ่มกันได้เลย ลุย

1.จอมอนิเตอร์ ASUS ProArt Display PA279CV

จอมอนิเตอร์สำหรับทำงานกราฟิกดีไซน์ที่คุ้มค่า ASUS ProArt Display PA279CV เป็นจอมอนิเตอร์สำหรับทำงานกราฟิกดีไซน์ที่คุ้มค่า โดยนำเสนอคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์ เช่น ความละเอียดสูง ขอบเขตสีกว้าง และค่าความแม่นยำของสีสูง

จอมอนิเตอร์มีขนาด 27 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840 x 2160 พิกเซล) ช่วยให้มองเห็นรายละเอียดได้อย่างคมชัด ขอบเขตสีกว้างถึง Adobe RGB 95% และค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 ทำให้มั่นใจได้ว่าสีสันบนจอมอนิเตอร์จะตรงกับสีจริงมากที่สุด

นอกจากนี้ จอมอนิเตอร์ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น การตอบสนองที่รวดเร็ว 10 ms (GTG) เทคโนโลยี Adaptive Sync ที่ช่วยป้องกันการฉีกขาดของภาพ และการเชื่อมต่อที่หลากหลาย เช่น HDMI 2.0, DisplayPort 1.2 และ USB-C

โดยรวมแล้ว ASUS ProArt Display PA279CV เป็นจอมอนิเตอร์สำหรับทำงานกราฟิกดีไซน์ที่คุ้มค่า โดยนำเสนอคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์ในราคาที่จับต้องได้

ข้อดี

  • ความละเอียดสูง 4K UHD
  • ขอบเขตสีกว้าง Adobe RGB 95%
  • ค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2
  • การตอบสนองที่รวดเร็ว 10 ms (GTG)
  • เทคโนโลยี Adaptive Sync
  • การเชื่อมต่อที่หลากหลาย

ข้อเสีย

  • ไม่มี HDR
  • ลำโพงในตัวไม่ดังมาก

2.จอมอนิเตอร์ BenQ SW270C

จอมอนิเตอร์ IPS ขนาด 27 นิ้วที่เหมาะสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์ จอแสดงผลมีความละเอียด QHD (2560 x 1440) ขอบเขตสี Adobe RGB 99% ค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 และอัตราการรีเฟรช 60Hz

ความแม่นยำของสีเป็นจุดแข็งของ SW270C จอแสดงผลได้รับการปรับเทียบจากโรงงานเพื่อให้มีค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 ซึ่งหมายความว่าสีที่แสดงบนจอแสดงผลจะใกล้เคียงกับสีจริงมากที่สุด สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับนักออกแบบกราฟิกที่ต้องการให้งานของพวกเขาดูถูกต้อง

SW270C ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติอื่นๆ ที่มีประโยชน์สำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์ เช่น ฮูดป้องกันแสงสะท้อน ซอฟต์แวร์ปรับเทียบสี และการตั้งค่าการแสดงผลที่หลากหลาย

โดยรวมแล้ว BenQ SW270C เป็นจอมอนิเตอร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์ จอแสดงผลมีความละเอียดสูง ขอบเขตสีกว้าง และค่าความแม่นยำของสีสูง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่มีประโยชน์สำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์

ต่อไปนี้เป็นข้อดีและข้อเสียของ BenQ SW270C:

ข้อดี

  • ความแม่นยำของสีสูง (Delta-E < 2)
  • ขอบเขตสีกว้าง (Adobe RGB 99%)
  • ความละเอียด QHD (2560 x 1440)
  • ฮูดป้องกันแสงสะท้อน
  • ซอฟต์แวร์ปรับเทียบสี
  • การตั้งค่าการแสดงผลที่หลากหลาย

ข้อเสีย

  • อัตราการรีเฟรช 60Hz
  • ราคาสูง

3.จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp U2723QE

Dell UltraSharp U2723QE เป็นจอมอนิเตอร์ 27 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD ที่เหมาะสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์ การออกแบบ และการตัดต่อวิดีโอ จอมอนิเตอร์รุ่นนี้มีคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการทำงานเหล่านี้ เช่น ความละเอียดสูง ขอบเขตสีกว้าง และค่าความแม่นยำของสีสูง

ข้อดี

  • ความละเอียด 4K UHD ให้รายละเอียดที่คมชัดและสมจริง
  • ขอบเขตสี Adobe RGB 99% ครอบคลุมสีที่หลากหลายสำหรับงานกราฟิกดีไซน์
  • ค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 แสดงสีที่แม่นยำ
  • เทคโนโลยี ComfortView Plus ลดการปล่อยแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตา
  • มีพอร์ต USB-C รองรับการชาร์จอุปกรณ์และการส่งสัญญาณภาพและเสียง

ข้อเสีย

  • อัตราการรีเฟรช 60Hz เหมาะกับงานทั่วไป ไม่เหมาะกับการเล่นเกม
  • ไม่มีลำโพงในตัว

4.จอมอนิเตอร์ LG UltraFine 5K Display

LG UltraFine 5K Display เป็นจอมอนิเตอร์ระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ Mac โดยเฉพาะ จอภาพนี้มีความละเอียด 5K UHD (5120 x 2880 พิกเซล) ขอบเขตสีกว้าง P3 และค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 ช่วยให้แสดงสีสันที่สมจริงและคมชัดเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ การตัดต่อวิดีโอ และการถ่ายภาพ

ข้อดี LG UltraFine 5K Display

  • ความละเอียดสูง 5K UHD มอบพื้นที่การทำงานที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับการทำงานหลายหน้าต่างพร้อมกัน
  • ขอบเขตสีกว้าง P3 ครอบคลุมช่วงสีที่กว้างกว่าจอภาพทั่วไป ช่วยให้แสดงสีสันที่สมจริงและสดใสยิ่งขึ้น
  • ค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสีสันที่แสดงบนจอภาพจะใกล้เคียงกับสีจริงมากที่สุด
  • รองรับการเชื่อมต่อ Thunderbolt 3 ช่วยให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Mac ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

นอกจากนี้ LG UltraFine 5K Display ยังมีจุดเด่นอื่นๆ ดังนี้

  • รองรับการชาร์จไฟผ่าน Thunderbolt 3 สูงสุด 85 วัตต์
  • มีกล้องในตัวและลำโพงสเตอริโอในตัว
  • ขาตั้งปรับระดับความสูง มุมเอียง และการหมุนได้

ข้อเสีย

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • อัตราการรีเฟรชสูงสุดอยู่ที่ 60 Hz ไม่เหมาะสำหรับการเล่นเกม

5.จอมอนิเตอร์ HP Z27q

HP Z27q เป็นจอมอนิเตอร์ 27 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840 x 2160) ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์โดยเฉพาะ จอภาพนี้มีขอบเขตสีกว้าง Adobe RGB 99% ค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 และรองรับเทคโนโลยี HDR10 ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าคุณจะเห็นสีสันที่แม่นยำและรายละเอียดที่คมชัดที่สุด

ข้อดี จอมอนิเตอร์ HP Z27q ได้แก่:

  • ความละเอียด 4K UHD ช่วยให้คุณเห็นรายละเอียดที่คมชัดยิ่งขึ้น
  • ขอบเขตสีกว้าง Adobe RGB 99% ช่วยให้คุณเห็นสีสันที่แม่นยำยิ่งขึ้น
  • ค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสีสันจะแม่นยำยิ่งขึ้น
  • รองรับเทคโนโลยี HDR10 ช่วยให้คุณเห็นสีสันที่สดใสและรายละเอียดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • อัตราการรีเฟรช 60Hz
  • เวลาตอบสนอง 5ms
  • รองรับเทคโนโลยี Adaptive Sync
  • การเชื่อมต่อที่หลากหลาย

HP Z27q เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการจอมอนิเตอร์ที่ให้ความแม่นยำของสีสูงและคุณสมบัติอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์ จอภาพนี้มีราคาสูงกว่าจอมอนิเตอร์ทั่วไป แต่หากเราต้องการจอมอนิเตอร์ที่ช่วยให้งานกราฟิกดีไซน์ของเราดูดีที่สุด HP Z27q ก็เป็นตัวเลือกที่ดี

Canva-pro-ตลอดชีพราคา

6.จอมอนิเตอร์ ViewSonic VP2785-4K

ViewSonic VP2785-4K เป็นจอมอนิเตอร์ 27 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์และวิดีโอ จอภาพนี้มีคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการทำงานเหล่านี้ เช่น ความละเอียดสูง ขอบเขตสีกว้าง และค่าความแม่นยำของสีสูง

ในด้านประสิทธิภาพ ภาพบนจอ ViewSonic VP2785-4K นั้นยอดเยี่ยม ความละเอียด 4K UHD ช่วยให้ภาพคมชัดและละเอียดมาก ขอบเขตสี Adobe RGB 99% ช่วยให้แสดงสีได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์และวิดีโอ นอกจากนี้ ค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสีที่แสดงบนหน้าจอจะใกล้เคียงกับสีจริงมากที่สุด

ในแง่ของคุณสมบัติ ViewSonic VP2785-4K มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์และวิดีโอ จอภาพนี้รองรับ HDR10 เพื่อให้ภาพ HDR ดูสดใสและสมจริงมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Adaptive Sync เพื่อลดอาการภาพฉีกขาดและภาพกระตุกขณะเล่นเกมหรือรับชมวิดีโอ

ในแง่ของการออกแบบ ViewSonic VP2785-4K นั้นเรียบง่ายและทันสมัย จอภาพนี้มีขอบจอบางเพื่อให้มีมุมมองที่กว้างขึ้น ขาตั้งจอภาพนั้นปรับระดับความสูง หมุนซ้ายขวา และเอียงได้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งจอภาพได้ตามต้องการ

โดยรวมแล้ว ViewSonic VP2785-4K เป็นจอมอนิเตอร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์และวิดีโอ จอภาพนี้มีคุณสมบัติที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการทำงานเหล่านี้ รวมถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม คุณสมบัติที่หลากหลาย และการออกแบบที่เรียบง่าย

ข้อดี

  • ความละเอียด 4K UHD ช่วยให้ภาพคมชัดและละเอียดมาก
  • ขอบเขตสี Adobe RGB 99% ช่วยให้แสดงสีได้อย่างแม่นยำ
  • ค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสีที่แสดงบนหน้าจอจะใกล้เคียงกับสีจริงมากที่สุด
  • รองรับ HDR10 เพื่อให้ภาพ HDR ดูสดใสและสมจริงมากขึ้น
  • เทคโนโลยี Adaptive Sync เพื่อลดอาการภาพฉีกขาดและภาพกระตุกขณะเล่นเกมหรือรับชมวิดีโอ
  • ขาตั้งจอภาพนั้นปรับระดับความสูง หมุนซ้ายขวา และเอียงได้

ข้อเสีย

  • ไม่มีลำโพงในตัว
  • อัตราการรีเฟรชอยู่ที่ 60Hz ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด

7.จอมอนิเตอร์ Samsung Odyssey G7

Samsung Odyssey G7 เป็นจอมอนิเตอร์เกมมิ่งระดับสูงที่เปิดตัวในปี 2020 มีจุดเด่นอยู่ที่อัตราการรีเฟรชสูงถึง 240Hz และความคมชัดของภาพระดับ QHD (2560 x 1440) นอกจากนี้ยังใช้แผงโค้ง 1000R ซึ่งช่วยให้ภาพดูสมจริงและดื่มด่ำมากขึ้น

ในด้านการเล่นเกม Samsung Odyssey G7 มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยม ด้วยอัตราการรีเฟรชสูงถึง 240Hz ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวราบรื่นและต่อเนื่อง ไม่มีภาพเบลอหรือกระตุก ช่วยให้ผู้เล่นสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ในเกมได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี FreeSync Premium Pro ที่ช่วยลดการฉีกขาดของภาพและภาพกะพริบ

ในด้านการแสดงผล Samsung Odyssey G7 ให้ความคมชัดของภาพระดับ QHD ซึ่งให้ความละเอียดที่ละเอียดและรายละเอียดที่คมชัด นอกจากนี้ ยังใช้แผง VA ที่มีอัตราส่วนคอนทราสต์สูงถึง 2500:1 ซึ่งให้สีดำที่ดำสนิทและสีขาวที่สว่างสดใส นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยี Quantum Dot ที่ให้สีสันที่สดใสและสมจริง

ในด้านการออกแบบ Samsung Odyssey G7 มาในดีไซน์ที่ทันสมัยและหรูหรา มีขอบจอบางเฉียบและขาตั้งแบบปรับได้ ช่วยให้จัดวางจอภาพได้ตามต้องการ

โดยรวมแล้ว Samsung Odyssey G7 เป็นจอมอนิเตอร์เกมมิ่งระดับสูงที่มอบประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมและการแสดงผลที่ยอดเยี่ยม หากคุณกำลังมองหาจอมอนิเตอร์เกมมิ่งที่มอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยม Samsung Odyssey G7 เป็นตัวเลือกที่ดี

ข้อดี Samsung Odyssey G7:

  • อัตราการรีเฟรชสูงถึง 240Hz
  • ความคมชัดของภาพระดับ QHD
  • แผงโค้ง 1000R
  • เทคโนโลยี FreeSync Premium Pro
  • เทคโนโลยี Quantum Dot
  • ดีไซน์ที่ทันสมัยและหรูหรา

ข้อเสียของ Samsung Odyssey G7:

  • ราคาสูง
  • มุมมองด้านข้างจำกัด
  • ขอบจอบางอาจทำให้แตกง่าย

8.จอมอนิเตอร์ Acer Nitro XZ322QU

Acer Nitro XZ322QU เป็นจอมอนิเตอร์ เกมมิ่ง ที่นำเสนอคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผล จอภาพนี้มีความละเอียด QHD (2560 x 1440) อัตราการรีเฟรชสูงถึง 165Hz และเวลาตอบสนอง 1ms (VRB) ทำให้เหมาะสำหรับการเล่นเกมที่รวดเร็วและเข้มข้น จอภาพยังมีขอบเขตสีกว้าง (100,000,000:1) และค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2 ทำให้เหมาะสำหรับการเล่นเกมและการทำงานกราฟิกดีไซน์

จอภาพ Acer Nitro XZ322QU มีการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย จอภาพมีขอบจอที่บางและฐานที่แข็งแรง จอภาพยังรองรับการยึดผนัง VESA อีกด้วย

จอภาพ Acer Nitro XZ322QU มีพอร์ตการเชื่อมต่อที่หลากหลาย รวมถึง DisplayPort 1.4, HDMI 2.0 และ USB 3.0 จอภาพยังมีพอร์ตหูฟังและลำโพงในตัว

จอภาพ Acer Nitro XZ322QU ทำงานได้ดีในทุกด้าน จอภาพมีสีสันสดใสและสว่าง อัตราการรีเฟรชสูงถึง 165Hz ช่วยลดการฉีกขาดของหน้าจอและทำให้เกมดูราบรื่นยิ่งขึ้น เวลาตอบสนอง 1ms (VRB) ช่วยให้การเคลื่อนไหวของวัตถุดูราบรื่นและแม่นยำยิ่งขึ้น

จอภาพ Acer Nitro XZ322QU เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์เกมมิ่งระดับกลางที่นำเสนอคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผล จอภาพนี้เหมาะสำหรับการเล่นเกมที่รวดเร็วและเข้มข้น รวมถึงการทำงานกราฟิกดีไซน์

ข้อดี:

  • ความละเอียด QHD
  • อัตราการรีเฟรชสูงถึง 165Hz
  • เวลาตอบสนอง 1ms (VRB)
  • ขอบเขตสีกว้าง
  • ค่าความแม่นยำของสี Delta-E < 2
  • การออกแบบที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย
  • พอร์ตการเชื่อมต่อที่หลากหลาย

ข้อเสีย:

  • ลำโพงในตัวไม่มีประสิทธิภาพดีนัก
  • ฐานยึดจอภาพอาจไม่แข็งแรงพอสำหรับการใช้งานที่หนักหน่วง

9.จอมอนิเตอร์ AOC AG274QXM

AOC AG274QXM เป็นจอมอนิเตอร์เกมมิ่งระดับไฮเอนด์ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติมากมาย รวมถึงความละเอียด QHD อัตราการรีเฟรชสูงถึง 170Hz อัตราการตอบสนอง 1ms และเทคโนโลยี Mini LED backlight

ในด้านการแสดงผล AG274QXM ให้ภาพที่คมชัดและสดใส ความละเอียด QHD ช่วยให้ภาพมีความคมชัดและรายละเอียดสูง ในขณะที่อัตราการรีเฟรชสูงถึง 170Hz ช่วยให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีภาพเบลอ อัตราการตอบสนอง 1ms ช่วยลดการฉีกขาดของภาพและภาพกระตุก

เทคโนโลยี Mini LED backlight ช่วยให้ AG274QXM แสดงช่วงไดนามิกที่กว้างขึ้นและสีดำที่ลึกขึ้น ส่งผลให้ภาพมีรายละเอียดมากขึ้นและดูสมจริงยิ่งขึ้น

ในแง่ของคุณสมบัติอื่นๆ AG274QXM รองรับเทคโนโลยี Adaptive Sync ซึ่งช่วยให้ภาพมีความราบรื่นยิ่งขึ้นเมื่อใช้งานร่วมกับการ์ดจอที่รองรับ Adaptive Sync นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย เช่น DisplayPort 1.4, HDMI 2.0 และ USB-C

โดยรวมแล้ว AOC AG274QXM เป็นจอมอนิเตอร์เกมมิ่งที่ยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมพร้อมคุณสมบัติมากมาย

ข้อดี:

  • ความละเอียด QHD
  • อัตราการรีเฟรชสูงถึง 170Hz
  • อัตราการตอบสนอง 1ms
  • เทคโนโลยี Mini LED backlight
  • รองรับ Adaptive Sync
  • การเชื่อมต่อที่หลากหลาย

ข้อเสีย:

  • ราคาสูง
  • แสงจ้าจากขอบจอเล็กน้อย

สรุป

ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกจอมอนิเตอร์สำหรับทำงานกราฟิกดีไซน์ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณส่วนบุคคลของเรา หากเรากำลังมองหาจอมอนิเตอร์ที่ให้ความแม่นยำของสีสูงและคุณสมบัติอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำงานกราฟิกดีไซน์ จอมอนิเตอร์เหล่านี้เป็นตัวเลือกที่ดี

แต่อย่างไรก็ตาม หากเรากำลังมองหาจอมอนิเตอร์ที่เน้นประสิทธิภาพการเล่นเกมมากกว่า จอมอนิเตอร์เกมมิ่งบางรุ่น เช่น Samsung Odyssey G7 และ Acer Nitro XZ322QU ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

จอมอนิเตอร์ สำหรับงานกราฟิกดีไซน์ รุ่นไหนดี Read More »

จอมอนิเตอร์ สำหรับ สายงานกราฟิก

Trends โฆษณาออนไลน์ ปี 2023

ในขณะที่โลกทางดิจิทัลยังคงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจคือการติดตามเทรนด์ล่าสุดและการคาดการณ์สำหรับอนาคต ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกถึงสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในโลกของการโฆษณาออนไลน์ในปี 2023 และต่อๆ ไปในอนาคต

แนวโน้มของการโฆษณาออนไลน์ ปี 2023

1.โฆษณาวิดีโอจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิดีโอได้สร้างตัวเองให้เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง และแนวโน้มนี้คาดว่าจะดำเนินต่อไปใปี 2023 มีการประมาณการว่ากว่า 80% ของการเข้าชมบนโลกอินเทอร์เน็ตทั้งหมดจะเป็นเนื้อหาวิดีโอ และนี่เป็นโอกาสสำคัญ สำหรับธุรกิจในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านการโฆษณาด้วยวิดีโอ

มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้วิดีโอนั้นกลาย เป็นสื่อทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก อย่างแรก มันสามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้สูงและมีความสามารถในการดึงดูดความสนใจในแบบที่เนื้อหาการใช้ข้อความไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้ วิดีโอยังช่วยให้ธุรกิจต่างๆ แสดงผลิตภัณฑ์หรือบริการของตัวเองในรูปแบบภาพและการโต้ตอบ ซึ่งสามารถดึงดูดผู้บริโภคที่อายุน้อยได้เป็นพิเศษ

2.การทำโฆษณา เข้าถึง รายบุคคล

เนื่องจากการแข่งขันบนโลกออนไลน์นั้นมีความเข้มข้นมากขึ้น การที่จะทำให้ธุรกิจนั้นโดดเด่นมากกว่าคู่แข่งจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคยมีมาก่อน วิธีหนึ่งในการทำเช่นนี้คือ การโฆษณาแบบเข้าถึงรายบุคคล ด้วยการใช้ข้อมูลและอัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่อง ธุรกิจสามารถแสดงโฆษณาที่ตรงเป้าหมายสูงแก่ผู้ชม ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการแปลง

ในปี 2023 คาดว่าจะเห็นการใช้ แบบเข้าถึงความสนใจแบบรายบุคคลมากขึ้นในการโฆษณา ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของแคมเปญอีเมล โฆษณาโซเชียลมีเดียที่กำหนดเป้าหมาย หรือแม้แต่หน้า Landing Page รายบุคคล สำหรับแคมเปญ PPC

3.การเกิดขึ้นของโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เริ่มมีบทบาทสำคัญในโลกของการโฆษณาออนไลน์แล้ว และแนวโน้มนี้คาดว่าจะดำเนินต่อไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า AI สามารถช่วยธุรกิจทำงานอัตโนมัติ เพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญโฆษณา และนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องและเป็นส่วนตัวมากขึ้นแก่ผู้ชม

ตัวอย่างหนึ่งของการทำงานของ AI คือการใช้แชทบอทเพื่อดึงดูดผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าแบบเรียลไทม์ แชทบอทเหล่านี้สามารถสนทนากับผู้ใช้ ตอบคำถาม และแม้แต่ให้คำแนะนำตามความต้องการของผู้ใช้ สิ่งนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถมอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและสะดวกสบายยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า

4.ความโดดเด่นอย่างต่อเนื่องของมือถือ

ไม่มีความลับใดที่อุปกรณ์พกพาได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา ในปี 2023 เราคาดว่าจะเห็นการพึ่งพาอุปกรณ์เคลื่อนที่มากขึ้นทั้งสำหรับการใช้งานส่วนตัวและเพื่ออาชีพ นี่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านโฆษณาบนมือถือ

เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้มือถือได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจคือการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์และแคมเปญโฆษณาสำหรับมือถือ ซึ่งรวมถึงการใช้การออกแบบที่ปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ เวลาในการโหลดที่รวดเร็ว และรูปแบบโฆษณาสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่โดยเฉพาะ

5.อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของโซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดียได้สร้างตัวเองให้เป็นแพลตฟอร์มการตลาดที่ทรงพลัง และแนวโน้มนี้คาดว่าจะดำเนินต่อไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ในปี 2023 เราคาดว่าจะเห็นธุรกิจจำนวนมากขึ้นใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

ข้อได้เปรียบที่สำคัญอย่างหนึ่งของการโฆษณาบนโซเชียลมีเดียคือความสามารถในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะตามข้อมูลประชากร ความสนใจ และพฤติกรรม สิ่งนี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสในการแปลง

บทสรุป

ในขณะที่โลกของการโฆษณาออนไลน์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจคือการติดตามแนวโน้มล่าสุดและการคาดการณ์สำหรับอนาคต ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและบรรลุเป้าหมายทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สนใจกำลังมองหาผู้ให้บริการด้านการตลาดออนไลน์ สามารถติดต่อสอบถามทาง fast tacks ได้เลยนะครับ

fast tacks บริการรับทำการตลาดออนไลน์

สนใจใช้บริการกับ FAST TACKS

กรอกข้อมูลรายละเอียด

    บริการที่คุณสนใจ

    Trends โฆษณาออนไลน์ ปี 2023 Read More »

    อนาคตของการโฆษณาออนไลน์ ปี 2023

    13 เครื่องมือ TikTok ที่ใช้ในการทำคอนเทนต์

    ถ้าใครบอกว่าไม่เคยได้ยินชื่อ TikTok มาก่อน แสดงว่าเขาอาจอาศัยอยู่ใต้ก้อนหินหรืออะไร?ซักอย่าง เพราะปัจจุบัน TikTok เป็นแอปหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยมีฐานผู้ใช้เพิ่มขึ้นทุกปี ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมธุรกิจและนักการตลาดจำนวนมากใช้ TikTok ในทุกวันนี้ ผู้ใช้มากขึ้นย่อมหมายถึง ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้ามากขึ้น!

    ดังนั้น เราจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่สามารถช่วยดึงดูดผู้ชมและทำให้งานของเราง่ายขึ้น ในบทความนี้ เราได้รวบรวมเครื่องมือ TikTok ที่ดีที่สุดเพื่อช่วยให้เราเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

    เครื่องมือทำคอนเทนต์ใน TikTok ปี 2023

    มาดูกันได้เลย ว่ามีอะไรกันบ้าง?

    ตั้งแต่การตั้งเวลาโพสต์ TikTokไปจนถึงการช่วยคุณสร้างคำบรรยาย นี่คือเครื่องมือ TikTok ที่ดีที่สุดบางส่วนที่คุณต้องลอง:

    เครื่องมือตั้งเวลาโพสต์ TikTok

    1.Simplified (ฟรี)

    เครื่องมือตั้งเวลา TikTok ที่ยอดนิยม เราจะต้องลองใช้ Simplified เพราะโปรแกรมตังนี้ มีเครื่องมือตั้งเวลา TikTok ที่ให้เราสร้างโพสต์ของเราได้โดยตรงจากปฏิทิน Content TikTok (หรือแม้แต่อัปโหลดการออกแบบของเรา) และตั้งเวลาโพสต์ TikTok ล่วงหน้า

    เราสามารถตั้งเวลาโพสต์ได้หลายสิบรายการสำหรับหลายบัญชีพร้อมกัน ด้วยโปรแกรมนี้ และเรายังสามารถปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ของเรา ให้ผู้ชมมีส่วนร่วม และทำให้ธุรกิจของเราเติบโตและการเข้าถึง TikTok โดยไม่ต้องเปลี่ยนแอพเลยก็ว่าได้

    2.Loomly

    เป็นเครื่องมือตั้งเวลาโซเชียลมีเดียที่ช่วยให้เราสามารถสร้างแคมเปญโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ เราสามารถดูตัวอย่างและตั้งเวลาโพสต์ ของ TikTok และแม้แต่โต้ตอบกับผู้ชมของเรา สำหรับค่าใช้จ่าย เราจะต้องจ่ายทั้งหมด $312 ต่อปี และ $3,228 สำหรับพรีเมียม

    3.Pendulum

    Pendulum เป็นเครื่องมือ TikTok ที่ให้เราตั้งเวลาและโพสต์วิดีโอ TikTok ได้โดยตรงจากแอพ Hootsuite Pendulum ยังเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ TikTok ที่ให้การวิเคราะห์ในแอพของวิดีโอของเรา หากต้องการใช้คุณลักษณะต่างๆ เราต้องจ่ายเงิน 6.99 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือนสำหรับทุกบัญชีโซเชียลมีเดียที่เราเพิ่ม

    โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ TikTok

    4.CapCut

    CapCut

    โปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่เป็นของบริษัทแม่เดียวกับ TikTok สามารถใช้งานได้ฟรีและติดตั้งสติกเกอร์ยอดนิยมและแบบอักษรที่กำหนดเองได้ อันนี้ว่า คุ้มมากๆ

    5.Zoomerang

    Zoomerang Logo

    แหล่งรวมเครื่องมือตัดต่อวิดีโอ TikTok มากมาย เช่น ฟิลเตอร์ เอฟเฟ็กต์ภาพ เพลง ฯลฯ นอกจากนี้ Zoomerang ยังมีวิดีโอสอนการแสดงให้เราเห็นถึงวิธีการตัดต่อวิดีโอที่ดี อย่างไรก็ตาม เครื่องมือหลายอย่างกำหนดให้เราต้องสมัครสมาชิกแบบพรีเมียม

    6.Simplified

    นี่คือ โปรแกรมตัดต่อ วิดีโอฟรีที่ดีที่สุดสำหรับ TikTok บนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ทำไม เครื่องมือสร้าง/แก้ไขวิดีโอ TikTokของ Simplified มีเทมเพลตระดับพรีเมียม วิดีโอ GIF ฟอนต์ คลิปเสียง และตัวสร้างการคัดลอกและแฮชแท็กที่เปิดใช้งาน AI ที่ไม่เหมือนใครซึ่งจะทำให้แบรนด์ของเราโดดเด่นและรับ “ไลค์” ของเราแบบง่ายๆ

    มีอะไรอีก? เรายังสามารถสร้างภาพเคลื่อนไหว ใช้ฟิลเตอร์ เพิ่มเอฟเฟกต์พิเศษให้กับงานออกแบบ ทำงานร่วมกัน แบ่งปันผลงานของเรากับสมาชิกในทีม และแม้แต่เผยแพร่โดยตรงไปยัง TikTok จากแอพการออกแบบและการตลาดแบบครบวงจรนี้ โอ้และนี่คือสิ่งที่ดีที่สุด และ ฟรี!

    เครื่องมือวิเคราะห์ TikTok

    7.TikTok Pixel

    หากเราต้องการติดตามว่าแคมเปญการตลาด TikTok ของเรา ทำงานได้ดีเพียงใด TikTok Pixel จะช่วยติดตามว่าโฆษณา TikTok ของเราส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ของเราอย่างไร เครื่องมือนี้ยังช่วยให้เราสามารถปรับแต่งแคมเปญโฆษณา TikTok ของเราได้อีกด้วย

    8.Brand Maxima Analytics

    เครื่องมือ Brand Maxima Analytics วัดผลและติดตามว่ากลยุทธ์แคมเปญของเราทำงานได้ดีเพียงใด และช่วยให้เราเห็นภาพแบบเรียลไทม์ว่า Keyword แฮชแท็ก หรือแคมเปญแบรนด์ของเราทำงานได้ดีเพียงใด

    เครื่องมือ ย่อลิงก์ TikTok

    9.Simplified URL

    ต้องการขยายแบรนด์ของเราบน TikTok หรือไม่? การใช้ลิงก์สั้นๆ ที่ปรับแต่งได้และคลิกได้เป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง! ใช้ เครื่องมือย่อ ลิงก์ TikTok ของ Simplified และบอกลาลิงก์ URL ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ประหยัดพื้นที่มากขึ้นสำหรับคำอธิบาย แฮชแท็ก และคำพูดที่สร้างด้วย AI copywriter ของเรา ปรับขนาดธุรกิจของเราด้วยเครื่องมือย่อลิงก์ที่ดีที่สุดเพียงคลิกเดียว

    เครื่องมือแอนิเมชั่น TikTok

    10.After Effect Brush ของ Adobe

    เครื่องมือ TikTok นี้ช่วยให้เราสร้างเส้นขยุกขยิกและวาดภาพเคลื่อนไหวแบบเฟรมต่อเฟรมบนวิดีโอ TikTok ของเราได้อย่างง่ายดาย

    เครื่องมือสร้างคำบรรยายของ TikTok

    12. Simplified AI

    การมีคำบรรยายที่ดึงดูดใจสามารถช่วยให้เราได้รับความสนใจมากขึ้นกับเนื้อหาของเรา ด้วย ผู้ช่วย AIของ Simplified สามารถเขียนคำบรรยายที่ดึงดูดความสนใจได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่เราต้องทำคืออธิบายวิดีโอของเราและ voila สร้างคำบรรยายวิดีโอของ TikTok

    เครื่องมือโฆษณา TikTok

    13.TikTok Tactics

    TikTok Tactics ทำโดย TikTok สำหรับนักการตลาด TikTok เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายการโฆษณา ไม่ใช่เครื่องมือแต่สามารถปรับปรุงกลยุทธ์การโฆษณาของเราได้ TikTok Tactics ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น การระบุแหล่งที่มา การกำหนดเป้าหมาย แคตตาล็อก และความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น

    สนใจสั่งซื้อคู่มือ E-book วิธีการขายสินค้าใน tiktok อย่างไร สั่งซื้อได้ที่> สั่งซื้อ E-book tiktok

    อ่านเพิ่มเติมเรื่องอื่นๆได้ที่:

    สรุป

    เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับ เครื่องมือในการทำตอนเทนต์ใน tiktok ที่ทางเรานำมาเสนอกัน บอกได้คำเดียวครับ ว่าในปัจจุบันการสร้าง content บน tiktok นั้นง่ายๆมากๆ และด้วยเครื่องมือที่เหล่านักพัฒนาได้พัฒนาออกแบบออกมาให้พวกเราได้ใช้ นั่น ง่าย สะดวกสบาย และประหยัดเวลาในการทำงานลงได้อย่างเยอะมากครับ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนใหญ่ ของเครื่องมือที่ทางเรานำมาเสนอกันครับ

    FAST TACKS บริการรับทำการตลาดออนไลน์

    สนใจใช้บริการกับ FAST TACKS

    กรอกข้อมูลรายละเอียด

      บริการที่คุณสนใจ

      13 เครื่องมือ TikTok ที่ใช้ในการทำคอนเทนต์ Read More »

      13 เครื่องมือ TikTok ที่ใช้ในการทำคอนเทนต์

      วิธีสมัครบัญชีขายของใน tiktok shop (พร้อมลงสินค้า)

      TikTok ในยุคนี้ถือว่าเป็นแอพที่มีผู้คนใช้งานทั่วโลกมากมายโดยใช้เวลาไม่กี่ปี และตอนนี้ TikTok ยังเอาใจพวกนักช้อปทั้งหลาย ในยุคโควิด ทำให้ผู้คนมักไม่อยากออกเดินทางไปไหนการขายของออนไลน์เลยเป็นคำตอบที่ดีสำหรับคนในยุคนี้ ทาง TikTok เลยทำ TikTok shop ขึ้นมาเพื่อตอบความต้องการลูกค้า วันนี้ทาง fast tacks จะมาแนะนำ วิธีสมัครบัญชีขายของใน tiktok shop ให้เพื่อนๆได้ทราบกันนะครับเพื่อเพื่อนๆท่านใดกำลังมองหาช่องทางการสร้างรายได้เสริม จากการเล่น tiktok ก็สามารถ ทำตามขั้นตอนที่เราจะแนะนำไป พร้อมๆกันได้เลย

      วิธีสมัครบัญชีขายของใน tiktok shop

      เตรีมตัว ทำไปพร้อมๆ กันได้เลยครับ

      1.ให้เราเปิด Google แล้วพิมพ์ คำค้นหา Tiktok shop

      วิธีสมัครบัญชีขายของใน tiktok shop
      รูปที่มา: Google

      2.ให้เราเลือก Tiktok shop seller

      หรือสามารถ กดที่ลิงก์นี้ได้เลยครับ> https://seller-th.tiktok.com/account/welcome

      วิธีสมัครบัญชีขายของใน tiktok shop
      รูปที่มา: Google

      3.การสมัครลงทะเบียนTiktok shop

      การลงทะเบียน สามารถทำได้2 แบบครับ หากเรามีบัญชี Tiktok อยู่แล้วเราก็สามารถ login หรือลงทะเบียนผ่าน tiktok ของเราได้เลยครับ หรือหากใครยังไม่มีบัญชี tiktok ต้องการสมัครใหม่ ก็แนะนำให้ กดลงทะเบียนด้วยโทรศัพท์และอีเมล ครับ

      คะแนะนำ:

      สำหรับผู้ที่จะเปิดร้านบน tiktok shop ต้อง มีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไปนะครับ (จากเดิม อายุไม่ต่ำกว่า 18 ตอนนี้ ทาง tiktok shop ได้อัพเดท ใหม่แล้วครับ)

      วิธีสมัครบัญชีขายของใน tiktok shop
      รูปที่มา: Tiktok Shop

      4.กดลงทะเบียน Tiktok shop ด้วยโทรศัพท์และอีเมล์

      วิธีที่เราแนะนำคือ สมัครบัญชีขึ้นมาเลยครับ หลังจากนั้นเราจะเจอหน้าให้กรอกข้อมูล ให้เรากรอกหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่และ อีเมล ของเราที่ต้องการลงทะเบียน ลงไปให้ครบครับ หลังจากนั้นให้กดรับ otp จากทาง tiktok แล้ว กรอกเลข otp ลงไปครับ

      ลงทะเบียน Tiktok shop
      รูปที่มา: Tiktok Shop

      5.ยืนยันข้อมูล Tiktok shop

      หลังจากนั้นให้เรา มากรอกข้อมูลเพื่อยืนยัน อีก รอบครับ ให้เรากรอกเบอร์โทรศัพท์ กับอีเมล์ที่เรากรอกลงไปในขั้นตอนที่4 ลงไป แล้ว กดรับ opt อีกครั้ง

      วิธีสมัครบัญชีขายของใน tiktok shop
      รูปที่มา: Tiktok Shop

      6.ยินดีต้อนรับสู่ Tiktok shop

      หลังจากเสร็จสิ้น เราจะเข้าสู่หน้า ยินดีต้อนรับสู่ Tiktok shop ให้เรา กดเริ่มขายได้เลยครับ อ่านทุกอย่างให้ครบก่อนนะครับทุกอย่างต้องยอมรับและเงื่อนไข

      รูปที่มา: Tiktok Shop

      7.กรอกข้อมูลผู้ขาย

      จากนั้นครับ ระบบจะพาเราเข้ามาที่การตั้งการจัดการต่างๆ ให้เราลงข้อมูลต่างๆได้เลยผู้ค้าก่อนลงขายผลิตภัณฑ์ต้องยืนยันเอกสารก่อน หากเป็นบริษัท ก็ต้องเอกสารจดทะเบียนบริษัท ลงชื่อร้านค้า ส่งไฟล์เอกสารจดทะเบียนบริษัท หากไม่มีมีทำตามนี้ได้เลยครับเป็น ธุรกิจส่วนตัว

      รูปที่มา: Tiktok shop

      8.ยืนยันตัวตนแบบ ธุรกิจส่วนตัว

      จากนั้นให้เรายืนยันตัวตน ครับ ให้เราส่งข้อมูล บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง อัพโหลดไฟล์ลงไปได้เลยครับ

      รูปที่มา : Tiktok Shop

      9.ตรวจสอบ

      ให้เราอ่านดูข้อมูลให้ครบและทำการกดยืนยันได้เลยครับ เพียงแค่นี้ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

      10.ตั้งค้าร้านค้า

      จากนั้นให้เรา มากรอกข้อมูลการตั้งค่าร้านค้าของเราครับ ตรงนี้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับคลังสินค้าของเรา ด้วยนะครับ ฉะนั้น อย่ากรอกผิดนะครับ เพราะเวลาเรามีออเดอร์แล้วหากลูกค้า ตีสินค้ากลับ ทาง tiktok จะได้ส่งมาให้เราตามที่อยู่ที่เราระบุไว้ครับ


      ข้อมูลที่เราต้องการมีอะไรบ้าง

      • การติดต่อบุคคลติดต่อ
      • ใส่หมายเลขการติดต่อ
      • ที่อยู่ของคลังสินค้า
      • ที่อยู่ของเรา

      รูปที่มา: Tiktok Shop

      11.เริ่มลงสินค้าใน tiktok shop

      ตรงนี้เราจะเริ่ม ลงสินค้าในร้านของเราบน tiktok shop ให้เราพิมพ์ ชื่อสินค้า แล้วเลือกหมวดหมู่ของสินค้าเรา ตรงนี้ย้ำว่า ให้ลงสินค้าให้ตรงหมวดหมู่นะครับ ไม่งั้น ทาง tiktok จะไม่อนุมัติให้เราขายแน่นอนครับ

      ให้จากนั้น เราก็อัพโหลด ภาพสินค้า ตัวเลือก ต่างๆ พร้อมรายละเอียดของสินค้าเราลงไปครับ

      ระบุบ น้ำหนัก ขนาดของ กล่องที่เรา จัดส่ง (ตรงนี้เราสามารถเลือก การเปิดการเก็บเงินปลายทางได้ด้วยนะครับ หากเราไม่ต้องการก็ให้กดปิดไปได้เลยครับ) จากนั้น กดส่งได้เลยครับ หลังจากนั้น รอทาง tiktok อนุมัติ สินค้าของเรา 24-48 ชั่วโมง หลังจากนั้น สินค้าก็จะเข้าสู่ร้านค้าของเราครับ

      รูปที่มา: Tiktok Shop

      รูปที่มา: Tiktok Shop

      สนใจคู่มือ การขายของบน Tiktik Shop สั่งซื้อ E-book ได้ที่> คู่มือขายของบน tiktok shop

      สรุป

      เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ วิธีสมัครบัญชีขายของใน tiktok shop ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ เพื่อนท่านใดมีเวลาว่าง ทางเราแนะนำให้อัพสินค้าเข้าไปในร้านจำนวนมากๆ เพื่อเพิ่มปริมาณการเข้าชมสินค้าในร้านของเราและ โอกาสที่เราจะสร้างยอดขายใน tiktok ก็จะมีมากยิ่งขึ้นด้วยครับ ขอให้สนุกกับการสร้างรายได้บน tiktok shop นะครับ โอกาสหน้าเราจะมาอัพเดท เนื้อหาใหม่ๆอะไร อย่าลืม แวะมาอ่านบทความ ความรู้จากเรากันได้นะครับ

      เรื่องที่ผมแนะนำให้คุณอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tiktok

      วิธีสมัครบัญชีขายของใน tiktok shop (พร้อมลงสินค้า) Read More »

      วิธีสมัครบัญชีขายของใน tiktok shop

      วิธีลงสินค้าใน Tiktok shop (แบบละเอียด) พร้อมลงขายทันที

      แนะนำ วิธีลงสินค้าใน Tiktok Shop สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่พึ่งเริ่มต้นที่ก้าวเข้ามาสู่ การขายสินค้าออนไลน์บนtiktok ต้องบอกเลยครับ ว่าตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมมากๆ สำหรับการขายสินค้าใน tiktok shop และสามารถทำกำไรให้ใครหลายๆคนมา เรียกได้ว่า ไม่ใช่น้อยๆ เลยก็ว่าได้ครับ วันนี้เลยจะมาแชร์วิธีการลงสินค้าแบบง่ายใน tiktok shop และสามารถนำไปใช้กับร้านของเราได้เลยครับ

      วิธีลงสินค้าใน Tiktok shop

      มาลงสินค้าในร้าน tiktok shop ของคุณไปพร้อมกันเลย

      1.เข้าสู่หน้าหลัก tiktok shop

      ให้เรา login เข้าสู่ระบบ ของ tiktok shop แต่ถ้าหากคุณยังไม่ได้สมัครบัญชี tiktok shop ผมแนะนำให้คุณอ่านบทความนี้ก่อนครับ สมัคร tiktok shop หลักจากนั้น ระบบของ tiktok จะพาคุณมาที่หน้า ภาพรวมของการแสดงผลในร้านค้าของเรา ให้เรามองหา เมนู ในแถบด้านซ้าย คลิก ที่ ผลิตภัณฑ์ > เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่

      รูปที่มา: Tiktok Shop

      2.ตั้งชื่อสินค้า และเลือกหมวดหมู่

      ช่องแรกให้เรากรอกชื่อสินค้า ของเราลงไป ในช่อง ชื่อผลิตภัณฑ์ และ เลือกหมวดหมู่ของสินค้า ให้ตรงกับสินค้าของเรา เลือกแบรนด์ของสินค้า หากสินค้าไม่มีแบรนด์ให้ระบุ ว่าไม่มี (ตรงนี้ย้ำเลยนะครับ ว่า สินค้าที่เราขายใน tiktok shop ต้องลงให้ถูกหมวดหมู่นะครับ ไม่งั้นทาง tiktok ไม่อนุมัติให้นะครับ)

      วิธีลงสินค้าใน Tiktok shop
      รูปที่มา: Tiktok Shop

      วิธีลงสินค้าใน Tiktok shop
      รูปที่มา: Tiktok Shop

      3.ใส่ภาพสินค้าใน tiktok shop

      เราสามารถอัพโหลดภาพสินค้าของเราได้สูงสุด 9 ภาพ ให้อัพโหลดภาพสินค้าที่มีหลากหลายมุมและ ตั้งค่าภาพหลักน่าปกให้เป็นภาพ ที่น่าสนใจและมีแนวโน้มดึงดูด ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

      วิธีลงสินค้าใน Tiktok shop
      รูปที่มา: Tiktok Shop

      4.ใส่รายละเอียดของสินค้า

      ให้เราใส่รายละเอียดของสินค้าลงไป แนะนำว่าให้ใส่เท่าที่สำคัญพอ ไม่ต้องพิมพ์เยอะเกินไป และ ช่องนี้สามารถใส่ภาพสินค้าลงไปได้ในช่องรายละเอียดของสินค้าด้วย แต่แนะนำว่าให้ใส่ แค่ 2-3 ภาพ หรือถ้าใครมีวีดีโอสินค้า ก็สามารถอัพโหลดเพิ่มลงไปได้ เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจของสินค้า

      วิธีลงสินค้าใน Tiktok shop
      รูปที่มา: Tiktok Shop

      Canva-pro-ตลอดชีพราคา

      5.ระบุ สี หรือ ตัวเลือกอื่นๆ

      ตรงนี้ หากสินค้าเรามี สี หรือ size หรือตัวเลือกอื่นๆ เราสามารถระบุ เพิ่มเข้าไปได้ และยังสามารถเพิ่มภาพของสินค้า ลงไปในตัวเลือก ได้อีกเช่นกัน พร้อมระบุ ราคาสินค้า ที่เราต้องการขาย และสต๊อค จำนวนของสินค้าที่เรามีในร้าน

      รูปที่มา: Tiktok Shop

      6.ตั้งค่าขนส่ง

      ให้เราระบุน้ำหนักของสินค้าลงไปในช่อง และขนาดกล่องที่เราแพ๊ค หากสินค้าของเรามีการรับประกันก็เลือกวิธีการรับประกันของเราลงไป หากต้องการเก็บเงินปลายทาง cod ให้เรา เป็น ตัวเลือกนี้ไว้ สินค้าของเราลูกค้าจะสามารถชำระเงินปลายทางได้ หรือหากเราไม่ต้องการให้กดปิดได้เลย

      รูปที่มา: Tiktok Shop

      7.กด ส่ง รอทาง tiktok อนุมัติ

      หลังจากนั้น กดส่งข้อมูล รอทาง tiktok ตรวจสอบ หากสินค้าของคุณผ่านการอนุมัติ สินค้าก็จะเข้าเริ่มการขายได้เลยทันที หรือสินค้าบางประเภท อาจจะใช้เวลาตรวจสอบ 24-48 ชั่วโมง ก็อดใจรอกันสักนิดนึงนะครับ เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น สำหรับการลงสินค้าใน tiktok shop

      รูปที่มา: Tiktok Shop

      เพียงเท่านี้ เราก็สามารถเริ่มต้นการขายของใน tiktok shop ได้แล้ว หรือสำหรับเพื่อนๆ ท่านใดต้องการ โปรโมทร้าน tiktok shop ของตัวเอง ก็สามารถ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ >โปรโมท tiktok shop อย่างไร? ให้มียอดขาย (อัพเดทล่าสุด)

      หากเป็นสาย Live tiktok shop แนะนำ ให้เปิดทำตามขั้นตอนนี้ต่อได้เลยครับ เพื่อจะได้ทำ การ live สดขายของได้เลย

      สนใจคู่มือ การขายของบน Tiktik Shop สั่งซื้อ E-book ได้ที่>

      สรุป

      เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับ วิธีการลงสินค้าใน tiktok shop ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ เพียงเท่านี้ร้านค้าของเราบน tiktok ก็จะมีสินค้าพร้อมลงขายกับกลุ่มลุกค้าของเราแล้ว แนะนำว่า ให้พยายามลงสินค้าไปให้เยอะๆในช่วงแรกก่อนครับ เพื่อเปิดการมองเห็นของร้านค้า และเพิ่มโอกาสในการขายของเราอีกด้วยครับ หลังจากอ่านบทความของเราจบแล้ว ก็อย่าไปลืมไปลงสินค้าในร้านของเรากันด้วยนะครับ หากเป็นประโยชน์ก็อย่าลืมแชร์เก็บไว้อ่านกันนะครับ และทาง Fast tacks ขอให้ทุกคนสนุกกับการขายสินค้าบน tiktok shop กันนะครับ

      เรื่องที่ผมแนะนำให้คุณอ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Tiktok

      วิธีลงสินค้าใน Tiktok shop (แบบละเอียด) พร้อมลงขายทันที Read More »

      วิธีลงสินค้าใน Tiktok shop

      วิธีขึ้นฟีดบน tiktok ง่ายๆ ตามหลัก TikTok Algorithm

      ตอนนี้ต้องบอกว่าได้เลยว่าผู้ใช้งาน tiktok ส่วนมากนั้นจะพบปัญหาอัพคลิปวิดีโอของตัวเองลงไป แล้ว ทำไมไม่มียอด วิว หรือยอดแชร์เลย ซึ่งปัญหาเหล่านี้ ที่หลายๆคนกำลังพบเจอกันอยู่นั่นมาจากการที่เราทำไม่ถูกต้องหรือว่ายังไม่ครบกระบวนการของทาง tiktok นั่นเอง ดังนั้น หากเราต้องการทำคลิปของเราให้กลายเป็นไวรัลนั้น เราเองก็จะต้องรู้เทคนิควิธีการ การทำงานของ tiktok ด้วย นั่นเอง หรือเรียกว่า tiktok algorithm

      และวิธีนี้จะช่วยให้คลิปของ เรานั้นสามารถขึ้นแสดงบนฟีด ของ tiktok ได้อย่างง่ายดาย

      ดังนั้นวันนี้ ทาง fast tacks จะมาแนะนำการทำงานของ TikTok algorithm หรือการใช้ AI และ Machine Learning ในการคัดเลือกคลิปวิดีโอว่าคลิปไหนควรช่วยดันให้คนเห็นเยอะๆ มาดูกันได้เลยว่ามีอะไรกันบ้าง

      7วิธีทำคลิปให้ขึ้นฟีดบน tiktok ง่ายๆคุณเองก็ทำได้

      มาดูกันได้เลย มีอะไรกันบ้าง ลุย

      1.ทำคลิปให้คนดูจนจบ

      หากคลิปไหนมียอดคนดูที่ “ดูตั้งเเต่ต้นจนจบคลิป” มากๆ คลิปเหล่านั้นจะถูกช่วยโปรโมทให้คนเห็นเยอะขึ้นไปอีก เพราะถือว่าเป็นคลิปที่มีคุณภาพ โดย completion rate จะถูกให้ความสำคัญมากกว่ายอดการกดหัวใจค่ะ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราต้องทำก็คือ เราต้องสร้างคลิปให้ดึงดูด ดูเเล้วอยากจะรู้ว่าตอนจบเป็นอย่างไรต้องติดตาม นี้แหละคือหัวใจข้อแรกเลย ของการได้ยอดวิว แบบง่ายๆ (แนะนำว่าไม่ควร ไปcopy ของคนอื่นมาใช้ เพราะ คลิปเหล่านี้นั่นจะ ไม่มีคุณภาพกับ tiktok )

      รูปที่มา: tiktok

      2.การดูดคลิปซ้ำ

      การดูคลิปซ้ำใน TikTok นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติมาก เพราะด้วยความที่คลิปมีเนื้อหาที่สั้นมากๆ บางคลิปแทบจะไม่ค่อยมีลูกเล่นอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่ข้อดีของการทำคลิปสั้นๆแนวนี้ก็คือ ทำให้หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาในครั้งแรกที่ดู และบางครั้งอาจจะต้องดูวนหลายๆ รอบนั่นเอง ซึ่งการดูซ้ำนั้นจึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดว่าวิดีโอไหนควรดันให้ขึ้นฟีดของtiktok

      ให้คนเห็นเพิ่ม ใครที่อยากให้คนดูซ้ำ อาจจะทำคอนเทนต์ เช่น คลิปที่ต้องคลายความสงสัย หรือ คลิปที่ต้องมีลูกเล่นอะไรมากกว่าคลิป ตั้งกล้องถ่ายปกตินั่นเอง

      สามารถอ่านเพิ่ม เกี่ยวกับ tiktok ได้ที่:

      3.จำนวนยอดแชร์

      จำนวนยอดแชร์บน tiktok อันนี้เป็นเบสิคเหมือนในหลายๆ สื่อช่องทางอื่นๆ เพราะยิ่งมีจำนวนยอดแชร์เยอะ ทาง TikTok นั่นก็ยิ่งดันคลิปของเราให้ขึ้นไปอยู่บนฟีด นั่นเอง อย่างที่บอกไปในหัวข้อแรก จำนวนของยอดแชร์นั้นมีค่ามากกว่ายอดกดหัวใจเเละคอมเมนต์ มากๆ ดังนั้น ถ้าเราจะจะเป็นดาว tiktok แล้วให้คลิปขึ้นบนฟีด ก็อย่าลืมเพิ่มความปัง ด้วยการทำให้เกิดการแชร์คลิปของเราออกไปกันด้วย

      รูปที่มา: tiktok

      4.คลิปหรือเสียงของเราถูกเซฟเป็น Favorite

      ยิ่งคลิปและเสียงของเรานั้นถูกบันทึกเป็น favorite ของแอพtiktokมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มอัตราการใช้งานเเละเปิดการมองเห็นมากขึ้น เพราะอัลกอริทึมของ TikTok จะยิ่งแสดงผลโพสต์ที่ใช้ เสียงเดียวกันมากขึ้น ทำให้คนอื่นๆนั้นเห็นคลิปของเราซ้ำๆ จนจำได้เลยก็ว่าได้ แต่ก็มีข้อควรระวังนั้นก็คือ การ duplicate ทำซ้ำ ของเพลงต้นฉบับนั่นเอง

      5.ใช้ Hashtags และ เพลงฮิต

      การใช้เพลงหรือแฮชแท็กที่ติดเทรนด์อยู่แล้ว แนะนำว่า ใช้อันที่ดังอยู่เเล้ว ยิ่งดังยิ่งดี เพราะจะช่วยทำให้อัตราการเข้าถึงนั้น มีความเร็วกว่ามากกว่าการสร้างใหม่ และหากใครอยากสร้าง original content ขึ้นมาใหม่อาจจะต้องเสริมเรื่องความโดดเด่นเเละความใช้งานง่ายเป็นหลัก รวมถึงการทำให้ content เรานั่นแตกต่างจาก content อื่นๆ ด้วย

      รูปที่มา: tiktok

      6.การใส่ชื่อสถานที่หรือตำแหน่งที่ตั้ง

      อีกจุดสำคัญของการทำให้คลิปของเรานั้น มีผู้เข้าชมจำนวนมากคือ คลิปที่เราอัพลงในแอพหากใส่โลเคชั่นไปด้วย จะทำให้มียอดคนดูมากขึ้น เช่น คนในบริเวณสถานที่ ที่เราใส่ลงไป ซึ่งถือเป็นข้อดีกับธุรกิจขนาดเล็กเเละกลางที่ต้องการสื่อสารกับคนในระดับ local อันนี้ถือว่าเป็นอีกทริค และเทคนิคที่หลายๆคนมองข้ามไปเลยก็ว่าได้

      7.Likes and Comments

      มาถึงข้อสุดท้ายกันแล้วครับ ต้องบอกก่อนเลยนะครับ ว่าจริงๆแล้วยอดกดไลค์และคอมเมนต์นั้นจะช่วยแค่ในเรื่องของการมองเห็นในวงกว้างขึ้นเท่านั้น และหากเปรียบเทียบกับ 6 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น ข้อนี้มีความสำคัญน้อยมากๆเลยครับ เพราะถ้าเราอยากได้ค่า engagement การมีส่วนร่วม ในคลิปเพิ่มขึ้น ควรจะเลือกโฟกัสที่ การดูจบ การถูกดูซ้ำบ่อยๆ เป็นต้น อันนี้จะมีผลกับการขึ้นฟีดของ tiktok มากที่สุดครับ

      สรุป

      เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ วิธีขึ้นฟีดบน tiktok ตามหลัก TikTok Algorithm เพียงเพื่อนๆลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้กับการทำคอนเทนต์ของเพื่อนๆในการทำคลิปลงในช่องทาง tiktok และอย่าลืมให้ความสำคัญกับ ตัวชี้วัดที่ทาง fast tacks ได้ให้ไปด้วยนะครับ ขอให้เพื่อนๆทุกคนสนุกกับการทำ คอนเทนต์ใหม่ๆ กันในช่องทาง tiktok กันนะครับ

      Fast tacks บริการรับทำการตลาดออนไลน์

      วิธีขึ้นฟีดบน tiktok ง่ายๆ ตามหลัก TikTok Algorithm Read More »

      วิธีขึ้นฟีดบน tiktok
      Scroll to Top

      Fasttacks ให้ความสำคัญต่อความเป็นส่วนตัว เราจะทำงานอย่างดีที่สุดเพื่อรักษาความลับ และควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ปลอดภัย โดยคุณสามารถเลือกความยินยอมแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ ได้ โดยคลิกที่ปุ่ม เลือกตั้งค่าประเภทคุ้กกี้

      ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

      คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

      ยอมรับทั้งหมด
      จัดการความเป็นส่วนตัว
      • คุกกี้ที่จำเป็น
        เปิดใช้งานตลอด

        ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

      • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

        คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

      บันทึก